7 เหตุผลที่เมืองไทยเหมาะเป็นแดนสวรรค์ของ ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’

ยังคงเป็นประเด็นคำถามที่วนเวียนอยู่ในหน้าสื่อของเมืองไทยไม่เว้นแต่ละวัน เกี่ยวกันการรุกรานของสายพันธุ์ต่างถิ่นหรือเอเลี่ยนสปีชีส์ ที่บางชนิดมีการถกเถียงกันมาแล้วหลายสิบปีแต่ก็ยังไม่มีข้อยุติหรือได้รับการแก้ไข ทั้งยังมีสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่เพิ่งโดยหมายหัวให้เป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่เพิ่มถูกห้ามมิให้มีการนำเข้า และต้องเฝ้าระวังการหลุดลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ แม้ในบางกรณีอาจจะสายไปแล้วก็ตาม

มาถึงตรงนี้ เชื่อว่าคงมีหลายคนที่อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมการรุกรรานของเอเลี่ยนสปีชีส์จึงดูเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกสักทีสำหรับประเทศไทย หรือจะเป็นเพราะเหตุง่ายๆ 7 ประการต่อไปนี้ ที่ทำให้บ้านเรากลายเป็นสวรรค์ของเหล่าสายพันธุ์รุกรานโดยไม่ได้ตั้งใจ

1. เราไม่รู้ว่ามันคือเอเลี่ยน : แม้จะมีหลายสายพํนธุ์ที่เราเห็นมันมาตั้งแต่จำความได้ จนเผลอคิดไปว่ามันคือสายพันธุ์พื้นเมืองที่อยู่ในเมืองไทยมานานแล้ว แต่ความจริงมันสิ่งมีชีวิตมากมายที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันแต่ไม่ใช่ของไทยเลยสักนิด อย่างเช่นเจ้าหอยทากยักษ์แอฟริกาที่เรามักเห็นบ่อยๆ หลังฝนตก และออกมากัดกินพืชผักในแปลงจะเกลี้ยง ความจริงแล้วก็ถูกนำเข้ามาจากแอฟริกาตะวันออกในฐานะสัตว์เลี้ยงสวยงาม ก่อนที่จะเริ่มระบาดในกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2500 และกระจายไปทั่วประเทศในปี พ.ศ. 2515

ขอบคุณภาพจาก : wikipedia.org

2. เรารักจนมองข้ามเหตุ : แม้จะมีคำอธิบายว่า ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ คือสายพันธุ์ต่างถิ่นที่หลุดเข้ามาอยู่ในระบบนิเวศใหม่ที่ไม่เคยมีมันมาก่อน แต่ด้วยหลงใหลในความน่ารักและราคาค่าตัวของมัน จึงทำให้หลายคนไม่เชื่อและไม่ยอมรับว่าสัตว์ที่ตัวเองครอบครองอยู่นั่นจะกลายเป็นสายพันธุ์รุกรานได้ จนกระทั่งปัญหาเกิดขึ้นจนเลยจุดที่จะควบคุมได้ อย่างกรณีของกุ้งก้ามแดงที่มีการพบเห็นในแหล่งน้ำธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ในตอนแรกจะมีคนบางกลุ่มที่เชื่อว่ากุ้งชนิดนี้ไม่สามารถมีชีวิตรอดนอกบ่อเลี้ยงก็ตาม

ขอบคุณภาพจาก : wikipedia.org

3. เราใจดีเกินไป : ด้วยความเป็นเมืองพุทธและมีความเชื่อในเรื่องการอยู่อาศัยโดยไม่เบียดเบียนกัน ทำให้การตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการฆ่าหรือกำจัดแบบล้างบ้างนั้น ดูจะเป็นทางออกที่ไม่สามารถทำได้จริงสักเท่าไหร่ จึงไม่แปลกที่สุดท้ายแล้วสายพันธุ์ต่างถิ่นที่เข้ามาอยู่อาศัยในบ้านเรา จะสามารถแพร่พันธุ์โดยปราศจากการควบคุมใดๆ ซึ่งต่างจากในหลายประเทศที่มีความตื่นตัวเรื่องการรุกรานของสายพันธุ์ต่างถิ่นมากกว่า เช่นกรณีของออสเตรเลียที่ได้ออกนโยบายจำกัดแมวจรจัดซึ่งเป็นสายพันธุ์รุกราน (invasive species) กว่า 2 ล้านตัวภายใน 5 ปี เพื่อรักษาสายพันธุ์สัตว์พื้นเมืองของประเทศเอาไว้

ขอบคุณภาพจาก : wikipedia.org

4. เรามีการนำเข้าเอเลี่ยนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง : เมื่อสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์เศรษฐกิจชนิดเดิมๆ เริ่มไม่เพียงพอจะสนองความต้องการของคนในประเทศได้ การนำชนิดพันธุ์ใหม่ๆ เข้ามาตีตลาดก็จะเป็นไอเดียที่น่าสนใจไม่น้อยในเชิงธุรกิจ แต่เนื่องจากขาดการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและแนวโน้มตลาดในระยะยาว ทำให้หลายสายพันธุ์ที่เคยได้รับความนิยมในช่วงแรก ถูกปล่อยทิ้งให้เอาตัวรอดเองตามธรรมชาติ และดันปรับตัวได้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ จนกลายเป็นปัญหาในภายหลัง อย่างเช่นกรณีของปลาหมอคางดำที่ตอนนี้มีการกระจายตัวไปถึงชายฝั่งน้ำเค็มแล้ว และยังไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบเรื่องการนำเข้าปลาชนิดดังกล่าว

ขอบคุณภาพจาก : wikipedia.org

5. เราชอบปล่อยให้ธรรมชาติจัดการกันเอง : ฟังดูเป็นทางออกที่เป็นกลางที่สุดในฐานะมนุษย์ที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับระบบนิเวศ (แม้เราจะเป็นคนนำหายนะมาฝากไว้เองก็เถอะ) แต่มีหลายกรณีที่พิสูจน์แล้วว่าผู้มาใหม่มักมีชัยเหนือเจ้าถิ่นเดิม อย่างกรณีงูหลามพม่าจากประเทศไทยที่กลายเป็นสายพันธุ์รุกรานในรัฐฟลอริดา หรือปลาช่อนปลาชะโดที่กลายเป็นสายพันธุ์รุกรานซึ่งยากจะรับมือในสหรัฐฯ รวมทั้งแมวจรที่กลายเป็นภัยต่อสายพันธุ์พื้นเมืองในออสเตรเลีย รวมทั้งกุ้งเครย์ฟิชออสเตรเลียที่ทำให้กุ้งเครย์ฟิชพันธุ์พื้นเมืองของญี่ปุ่นเกือบสูญพันธุ์มาแล้ว

ขอบคุณภาพจาก : wikipedia.org

6. เราคิดง่ายเกินไป : ทุกครั้งที่มีข่าวเรื่องเอเลี่ยนสปีชีส์ มักมีการแสดงความเห็นทำนองว่า ‘…จับกินสิ เดี๋ยวก็สูญพันธุ์เอง…’ แม้จะฟังดูเป็นการแก้ปัญหาง่ายๆ ที่น่าจะได้ผล และได้ประโยชน์ขึ้นทั้งร่อง แต่ในความเป็นจริงแล้ว…ไม่ใช่แค่คนไทยที่ใช้แนวคิดนี้มาก่อน แต่ในสหรัฐอเมริกาก็เคยมีการรณรงค์ให้กินปลาช่อนและปลาสิงโตที่เป็นสายพันธุ์รุกรานมาแล้ว และทุกวันนี้ก็ยังมีปัญหาการรุกรานของทั้งสองสายพันธุ์นี้อยู่ ส่วนเหตุผลที่วิธีนี้ล้มเหลวก็เพราะไม่มีใครกินอะไรแบบเดิมๆ ได้ทุกวัน และถ้าลองคิดในมุมกลับกัน…หากการกินสามารถแก้ปัญหาเลี่ยนสปีชีส์ได้จริงๆ ตอนนี้ปลานิลอาจจะสูญพันธุ์ไปแล้วก็ได้

ขอบคุณภาพจาก : wikipedia.org

7. หน่วยงานของไทยมีความเข้าเรื่องเอเลี่ยนมากแค่ไหน!? : ปฏิเสธไม่ได้ว่า หน้าด่านแรกที่สามารถกันไม่ให้สายพันธุ์ต่างถิ่นเข้ามาในไทยได้ คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและควบคุมสัตว์เหล่านั้นให้อยู่ในกรอบและขอบเขตที่มันควรจะอยู่ แต่จากกรณีล่าสุดที่มีการเปิดตัว ‘ปลากดลูกผสม’ ของจังหวัดอ่างทอง และมีหน่วยงานรณรงค์ให้เลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ซึ่งขัดแย้งกับความจริงที่ว่า…ปลาต้นกำเนิดของอนาคตสัตว์เศรษฐกิจตัวนี้ คือสายพันธุ์ต่างถิ่นที่กรมประมงเฝ้าระวัง (อ่านเพิ่มเติมที่ : งงในงง!? ชาวเน็ตวิจารณ์ ‘ปลากดพันธุ์ใหม่’ ที่มีต้นกำเนิดจาก ‘ปลาเอเลี่ยน’ หลังถูกส่งเสริมเป็นสัตว์เศรษฐกิจ )

ขอบคุณภาพประกอบจาก : Facebook.com / Tropiquatics Fish-Shop

อาจฟังดูเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ไม่สำคัญเท่าสภาพเศรษฐกิจ ปากท้อง หรือชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน แต่ตราบใดที่เรายังเชื่อว่าคนยังคงเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม การมองข้ามความสมดุลที่ค่อยๆ พังลงมาเหมือนโดมิโนล้มทับกันไปเรื่อยๆ คือสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะเราไม่มีวันรู้หรอกว่าโดมิโนที่อยู่ข้างหลังจะหล่นมาทับเราเมื่อไหร่

เรียบเรียงโดย : ทีมงาน AmarinTV

keyboard_arrow_up