ก้าวตามรอยพ่อ กับ 9 โครงการหลวงที่มอบชีวิตให้ประชาชนบนยอดดอย จ. เชียงใหม่

ไม่เพียงจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้อนรับผู้คนที่ต้องการเดินทางมาสัมผัสลมหนาวเท่านั้น แต่โครงการหลวงแต่ละแห่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงมีพระราชดำริให้จัดทำขึ้นนั้น ยังมีเป้าหมายสำคัญอีกประการ นั่นคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนบนยอดดอย ให้สามารถมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาการค้าขายยาเสพติด

แม้วันนี้ปวงชนชาวไทยจะไม่มีพระองค์คอยชี้นำแนวทางอีกแล้ว แต่คำสอนและสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศทรงสร้างไว้ ก็ยังคงมีให้เห็นผ่านทางโครงการหลวงแห่งต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ อย่างเช่น 9 โครงการหลวงจังหวัดเชียงใหม่ที่นำมาให้ชมกันในโอกาสนี้

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรผ่านทางดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทอดพระเนตรเห็นว่าชาวไทยภูเขาส่วนใหญ่ปลูกฝิ่น และยังมีการการทำลายป่าไม้เพื่อทำไร่เลื่อนลอย จึงได้สละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินบริเวณนี้ โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโครงการหลวงแห่งแรกขึ้นบนดอยอ่างขางในปี พ.ศ. 2512 ซึ่งต่อมาได้พระราชทานนามว่า “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” เพื่อเป็นแหล่งของงานวิจัยไม้ผลและพืชผักเมืองหนาว โดยให้การถ่ายทอดผลงานวิจัยในรูปแบบต่าง ๆ แก่เจ้าหน้าที่และชาวไทยภูเขารวม 6 หมู่บ้าน จนการปลูกฝิ่นหมดไปและชาวไทยภูเขามีรายได้มั่นคงมากขึ้น

ภาพจาก : Facebook.com / สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
ภาพจาก : Facebook.com / สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
ภาพจาก : Facebook.com / สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
ภาพจาก : Facebook.com / สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์
สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 ด้วยพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะช่วยเหลือชาวไทยภูเผ่าม้งและเผ่ากะเหรี่ยงบนดอยอินทนนท์ ให้เปลี่ยนวิถีชีวิตจากการทำไร่ฝิ่นและไร่เลื่อนลอยที่ทำลายป่าต้นน้ำ มาปลูกพืชพรรณเมืองหนาว ด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรอย่างถูกวิธีโดยเจ้าหน้าที่ของสถานี

นอกจากพันธุ์ไม้เมืองหนาวต่างๆ แล้ว ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ยังเป็นที่นเดียวในประเทศไทยที่สามารถเพาะเลี้ยงปลาเรนโบว์เทราต์ได้ กุ้งก้ามแดง ปูขน และปลาสเตอร์เจียนอีกด้วย

ภาพจาก : Facebook.com / สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์
ภาพจาก : Facebook.com / สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์
ภาพจาก : Facebook.com / สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์
ภาพจาก : Facebook.com / สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง
เมื่อปี พ.ศ. 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาบ้านขุนวางครั้งแรก และทรงเห็นว่าชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเผ่าม้งและเผ่ากะเหรี่ยง ทำไร่ฝิ่นกันจำนวนมาก จึงโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยงานในพื้นที่ช่วยกันพิจารณาจัดตั้งโครงการหลวง โดยมีเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาให้การสนับสนุนงบประมาณด้วย ก่อนจะเริ่มดำเนินงานครั้งแรกในปี พ.ศ. 2528 โดยเน้นดำเนินงานทดสอบ สาธิต และงานส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้ชาวไทยภูเขาเผ่าม้งและเผ่ากะเหรี่ยง และมีพืชที่โดดเด่นคือวานิลลา บรอกโคลินี กีวี ดอกเบญจมาศนอกฤดูกาล ชาอู่หลง และดอกคาร์เนชั่น ทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมอีกด้วย

ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อการก่อสร้างศูนย์แห่งนี้เมื่อปี พ.ศ. 2524 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ครอบคลุม 17 หมู่บ้าน แรกเริ่มมีการส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะเห็ดหอม แต่ต่อมาเปลี่ยนมาสนับสนุนให้ปลูกกาแฟสายพันธุ์อะราบิกา ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จนเหมาะกับพื้นที่บนดอยสูงทางภาคเหนือ โดยใช้วิธีปลูกแบบสมผสานภายใต้ร่วมเงาของต้นเมี่ยง ซึ่งเป็นพืชดั้งเดิมที่เกษตรกรปลูกไว้อยู่แล้ว จนที่นี่กลายเป็นแหล่งปลูกกาแฟคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย
โครงการหลวงแห่งนี้จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2527 เพื่อวิจัยและทดลองพืชผักเมืองหนาวชนิด ก่อนจะเริ่มส่งเสริมให้ชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ชาวจีนฮ่อ และลีซอ ได้ปลูกทดแทนการปลูกฝิ่น นอกจากนี้ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยยังเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง ม่อนแจ่ม ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2552

ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย

โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์
โครงการหลวงแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2524 และได้ปรับปรุงให้กลายเป็นพื้นที่รับรองนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาสัมผัสไอหมอก และป่าสนสมบูรณ์ผืนใหญ่ที่สุดของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งโครงการหลวงแห่งนี้มีหน้าที่หลักคือ การปลูกเสริมต้นสนลงไปในพื้นที่รับผิดชอบปีละ 1,100 ต้น ตลอดจนเฝ้าระวังไม่ให้มีการทำลายต้นสน

ที่มา : Facebook.com / โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์
ที่มา : Facebook.com / FIO Watchan – ป่าสนวัดจันทร์ อ.อ.ป.
ที่มา : Facebook.com / FIO Watchan – ป่าสนวัดจันทร์ อ.อ.ป.
ที่มา : Facebook.com / FIO Watchan – ป่าสนวัดจันทร์ อ.อ.ป.

สถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด
ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2527 โดยอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งมีความสูง 680 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ซึ่งเหมาะกับการวิจัยกาแฟอะราบิกาสายพันธุ์ผสม 28 สายพันธุ์ ควบคู่ไปกับการวิจัยพืชเสริมชนิดอื่น เช่น กระวานและพริกไทย เพื่อใช้ปลูกร่วมในแปลงกาแฟ และเป็นการสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่

ภาพจาก : Facebook.com / สถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด
ภาพจาก : Facebook.com / สถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด
ภาพจาก : Facebook.com / สถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด
ภาพจาก : Facebook.com / สถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก
เป็นศูนย์พัฒนาขนาดกลาง ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาด้านหลังดอยอินทนนท์ จึงยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก รวมทั้งอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ซึ่งเดิมทีชาวบ้านในละแวกนั้นมักประกอบอาชีพทำไร่เลื่อนลอยและการหาของป่า แต่ก็ยังมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก มูลนิธิโครงการหลวงจึงได้เข้าไปจัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อกขึ้นในปี พ.ศ. 2526 เพื่อส่งเสริมด้านการเกษตรและให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่นการปลูกผักเมืองหนาว ก่อนจะพัฒนามาเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน

ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง
ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2522 ในหุบเขาซึ่งมีทิวทัศน์สวยงาม บนความสูง 980 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ครอบคลุมพื้นที่ 63,820 ไร่ รับผิดชอบดูแลหมู่บ้าน 11 หมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้งและเผ่าปกาเกอะญอ ซึ่งเป็นโครงการที่เน้นการทำแปลงปลูกผลไม้เมืองหนาวชนิดต่างๆ ที่มีความต้องการในตลาด เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวเขา รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งของประเทศที่มีนาขั้นบันไดสวยที่สุดอีกด้วย

ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง
ภาพจาก : Facebook.com / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง
keyboard_arrow_up