“ครูเล็ก ภัทราวดี” เผยป่วยซึมเศร้าหายได้ ! ลั่นเคยรักษาด้วยหมอผี (คลิป)

เป็นศิลปินชั้นครูที่มากฝีมือจนคนในวงการบันเทิงให้ความนับถือมาอย่างยาวนาน สำหรับครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน แต่ภายใต้ความสามารถรอบด้าน ครูเล็ก เคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จนต้องรักษาตัวทุกวิถีทางอยู่พักใหญ่เลยล่ะคะ

ล่าสุด (24 ธ.ค. 61) ได้เจอครูเล็ก ก็เลยเข้าไปถามถึงเรื่องนี้ โดยขอให้ครูเล่าถึงอาการป่วยและวิธีรักษา แว่วมาว่าตอนนี้หายขาดไม่ต้องกินยาใด ๆ แล้วด้วยค่ะ

“ป่วยเมื่อ 40 ปีที่แล้ว“

หายแล้ว ?

“มันหายได้ มันหายได้ง่าย ๆ ด้วย เพราะตอนที่เป็นเป็นอยู่เป็นปี ตอนนั้นก็คิดว่าจะหายได้ยังไงไปหาหมอมาทุกประเภท รวมทั้งหมอผี เพราะอยากหาย แต่มันก็ไม่หาย เพราะเรายึดติดกับความทุกข์ของเรา เราไม่ยอมปล่อยวาง ก็ไม่รู้จะปล่อยยังไง เพราะมันไม่ง่ายเลย แต่ที่หายเพราะไปฝึกนั่งสมาธิทำให้เราปล่อยวางได้ระดับหนึ่ง ก็สามารถกินได้นอนหลับ แต่งหน้าแต่งตัวสวยไปหาเพื่อน ใครชวนไปไหนก็ไป มันทำให้เห็นโลกและเห็นคุณค่าของตัวเอง มันได้รู้ว่าฉันยังมีคุณค่าอยู่นะ บังเอิญมีสองหนุ่มชกกันเพื่อแย่งครู ขนาดโทรม ๆ อยู่นะ“

“จากนั้น ก็เลยคิดว่าถ้าเราดี ๆ จะเป็นยังไง แล้วก็ได้เรียนรู้ตอนที่อยู่นิวยอร์ก ได้ไปเห็นงานการแสดงไปเจอผู้กำกับดี ๆ ซึ่งการเรียนรู้และใฝ่รู้ทำให้เรารู้จักคุณค่าของตัวเอง แล้วเราก็เริ่มมีไฟอยากที่จะทำโน้นทำนี่ อาการมันก็เลยหายไปง่าย ๆ มันไม่ต้องรักษาด้วยยานะ มันต้องรักษาด้วยใจของเรา แต่ครูขอพูดว่าเป็นการรักษาด้วยการเรียนรู้ เรียนโน้น เรียนนี่ เราอาจจะเรียนไม่รู้เรื่อง แต่เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจจากคนอื่นในวิชาต่าง ๆ“

ทางการแพทย์บอกว่าไม่มีทางหายต้องกินยาตลอดชีวิต ?

“ไม่จริง ทางการแพทย์อาจจะจริง แต่ประสบการณ์ของตัวเองและประสบการณ์ของเพื่อนๆที่เห็น คือรักษาด้วยใจตัวเอง เพราะอาการซึมเศร้าไม่ได้ป่วยเพราะมีไวรัส มันเป็นอาการป่วยทางจิต จิตเราเศร้าสร้อยเพราะร่างกายไม่แข็งแรง บางคนก็กินกาแฟ สูบบุหรี่ กินเหล้า ไม่ค่อยกินข้าว สิ่งแรกคือต้องกิน กินอาหารที่เป็นประโยชน์ให้ร่างกายแข็งแรงพอร่างกายแข็งแรงก็จะช่วยจิตให้แข็งแรงได้ สำหรับตัวเองถ้าคุณอยากหายคุณต้องทำเอง“

แสดงว่าเราก็ไม่มีทางกลับมาเป็นโรคซึมเศร้าอีกแล้ว ?

“ไม่มีทางเลย มีแต่ต้องลดความคึก (หัวเราะ)“

อยากฝากอะไรถึงคนที่ป่วยเป็นซึมเศร้าบ้างไหม ?

“บางครั้งเวลาที่ดิฉันเซ็ง ๆ เริ่มจะนอยด์ ก็จะไปหาอะไรเรียน เรียนอะไรก็ได้ เพราะเวลาได้เห็นอะไรแปลกๆสมองจะเริ่มทำงาน แล้วเราก็จะเริ่มฝักใฝ่ในวิชาการ มันจะไม่ฝักใฝ่ในทุกข์ของตัวเอง คนที่ไม่หายเพราะจะบอกตัวเองว่าฉันเป็นทุกข์ เราอย่าเข้าข้างตัวเองว่าเราไม่ผิดและอย่าโทษใคร ถ้าเข้าใจปัญหาแล้วแก้ไขก็จะหายเลย เราอาจจะต้องไปพูดคุยกับใครที่ช่วยเราได้ให้เรามีสติ ไปวัดก็ได้ ไปหาจิตแพทย์ก็ได้ ถ้าใครไม่มีใครก็มาคุยกับครูก็ได้ ครูเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้วแหละเดี๋ยวนี้ แล้วครูก็ไปเรียนมาในการที่จะช่วยเหลือสิ่งเหล่านี้ เพราะครูเคยเป็น ครูรู้ มันไม่ได้ยากอะไรเลย เพียงแต่ไม่มีใครช่วยคุณได้นอกจากตัวคุณเอง“

keyboard_arrow_up