ครอบครัว “เปี๊ยก พิศาล” ไม่ติดใจการเสียชีวิต เผยลางสังหรณ์ก่อนเสียชีวิต (คลิป)

เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการบันเทิงอีกครั้งเมื่อ เปี๊ยก พิศาล อัครเศรณี ผู้กำกับและนักแสดงรุ่นใหญ่ ชื่อดัง เสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจวาย เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันนี้ ( 4 ธ.ค 61 ) ด้วยวัย 73 ปี ถือเป็นการปิดตำนานเจ้าของฉายา พระเอกตบจูบ

โดยหลังจากที่มีข่าวการเสียชีวิตของ อาเปี๊ยก เผยแพร่ออกไป คนบันเทิงทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นเล็ก ต่างร่วมแสดงความเสียใจต่อการจากไปอย่างล้นหลาม บ้างก็บอกว่าเพิ่งจะเจอในงานประกาศรางวัลทีวีสีขาว เมื่อวันอาทิตย์ (2 ธ.ค. 61) ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งอาเปี๊ยก ยังดูแข็งแรง จึงค่อนข้างช็อคที่เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน

สำหรับในวันนี้ช่วงเย็นที่ผ่านมาได้มีพิธีรดน้ำศพ ที่ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร บรรยากาศเป็นไปด้วยโศกเศร้า มีทั้งครอบครัวและคนในวงการบันเทิง อาทิ เจี๊ยบ โสภิตนภา, สุเชาว์ พงษ์วิไล, สุดา ชื่นบาน, พิมพ์ พิมพ์มาดา, รอง เค้ามูลคดี, ขวัญอุษามณี และคุณแม่ เดินทางมาร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก

ด้านประวัติของ อาเปี๊ยก พิศาล อัครเศรณี เกิดวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2488 เป็นผู้กำกับและนักแสดง มีผลงานภาพยนตร์ไทยสร้างชื่ออย่าง “เพลงสุดท้าย” และเป็นผู้ที่ได้รับฉายาว่า “พระเอกซาดิสต์” หรือ “ผู้กำกับซาดิสต์” เนื่องจากมักได้รับบทหรือกำกับละครหรือภาพยนตร์ที่พระเอกมักจะทำร้ายนางเอกด้วยการตบตี แต่ลงท้ายด้วยการจูบหรือแสดงความรัก ทำให้นางเอกใจอ่อนทุกที มีผลงานที่โด่งดัง อาทิ มนต์รักอสูร ปี 2518 (ช่อง 9), ขุนศึก ปี 2520 (ช่อง 5), ดอกฟ้าและโดมผู้จองหอง ปี 2521 (ช่อง 9)

อาเปี๊ยก พิศาล อัครเศรณี

ในส่วนของอาการเจ็บป่วย ก่อนหน้านี้ อาเปี๊ยก ได้ป่วยเป็นหลอดเลือดหัวใจตีบ จึงได้มอบงานผู้กำกับให้ลูกชาย โอ อัครพล อัครเศรณี เป็นผู้กำกับแทน หลายเรื่อง ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม อาเปี๊ยกมีอาการปวดหลังมาก ตั้งแต่ช่วงบ่าย จนต้องตามรถพยาบาล โรงพยาบาลแรกฉีดยาแก้ปวดให้ 3 เข็ม ก็ยังไม่หาย

จากนั้นครอบครัวจึงได้โทรปรึกษา กับคุณหมอที่เคยรักษา และขอย้ายไปอีกโรงพยาบาล ในช่วงประมาณ 3 ทุ่ม ซึ่งพยาบาลได้มาฉีดมอร์ฟีนให้ ในตอนนั้น อาเปี๊ยก ก็ยังรู้สึกตัว และบอกให้ทุกคนกลับบ้าน เพราะอยู่กับอาเมี้ยน คนขับรถได้

ซึ่งหลังจากฉีดมอร์ฟีนไปประมาณ 40 นาที อาเปี๊ยก ก็หายใจไม่ออก มีอาการทุรนทุราย ลูกชายได้พยายามให้นั่ง แต่พยาบาลเข้ามาแล้วให้นอน ก่อนจะปฐมพยาบาล ตอนนั้น อาเปี๊ยก พูดไม่ได้ เหมือนร่วงไปแล้ว พยาบาล ก็ถามว่า คุณพิศาลเป็นอะไร จากนั้นก็มีการปั๊มหัวใจ ซึ่งช่วงเวลานั้น หมอด้านหัวใจไม่มีแล้ว มีแต่แพทย์เวร และเสียชีวิตดังกล่าว

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีรดน้ำศพ ทางครอบครัว ลูกสาวและลูกชาย ทั้ง 4 คน ของอาเปี๊ยก ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ปักหลักรอทำข่าวเป็นจำนวนมาก ว่า คุณพ่อจะเป็นโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งท่านจะเป็นอยู่ประมาณครึ่งเส้น เพราะคุณพ่อเคยได้ทำบอลลูนไปแล้วหนึ่งเส้น แต่มันเหลืออีกครึ่งเส้นที่คุณหมอบอกว่ายังไม่ต้องทำก็ได้ และให้ใช้วิธีการทานยาแทน ท่านก็เลยมีปัญหาแค่ตรงนี้แหละครับ ตรงที่คุณหมอให้ท่านคุมอาหารและรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคุณพ่อท่านจะไม่ค่อยได้คุมสักเท่าไหร่และอาจจะทานนู่นทานนี่บ้าง

เมื่อถามว่าระหว่างที่นำตัวคุณพ่อส่งโรงพยาบาลอาเปี๊ยกได้พูดอะไรไหม

ลูก ๆ ก็เผยว่า “ไม่มี คือไม่ทันตั้งตัวเลย ทุกอย่างมันเร็วมาก เนื่องจากอาการเริ่มต้นมันเป็นแค่อาการเจ็บหลัง จึงไม่ได้คิดอะไร และคำพูดสุดท้ายที่เหมือนท่านพูดกับพี่ชายก็คือ โอ โอ พ่อหายใจไม่ออก และจากนั้นท่านก็ไปเลย”

นักข่าวถามต่อว่าหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเป็นเพราะการรักษาที่ไม่ถูกวิธี

ลูก ๆ ก็ตอบว่า “ไม่น่าจะเป็นการรักษาที่ไม่ถูกวิธี มันน่าจะเป็นปกติทางการแพทย์ เพียงแต่การสั่งงานมันอาจจะขลุกขลักไปบ้าง เนื่องจากว่าช่วงที่ไปถึงโรงพยาบาลมันดึกแล้ว และทีมแพทย์ทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็ให้ความช่วยเหลือกันเต็มที่”

เมื่อถามว่ายังมีความรู้สึกติดใจอยู่บ้างไหมกับการจากไปของ อาเปี๊ยก

ลูก ๆ ก็ตอบว่า “ไม่ติดใจอะไรเลย เพราะรู้อยู่แล้วว่าทุกคนทำเต็มที่ คงไม่มีใครไม่หวังดีหรอก ทุกคนต่างก็หวังดีกันหมด เชื่อว่าทุกคนทำหน้าที่ด้วยความหวังดี”

นักข่าวถามอีกว่าถ้าเจอหมอถูกโรคอาจจะไม่เป็นแบบนี้

คุณอ้อม ลูกสาว เผยว่า “จริง ๆ แล้วตนคิดว่าเป็นเวลาของคุณพ่อมากกว่า ซึ่งจริง ๆ เราก็สูญเสียคุณพ่อไป เราก็อยากจะมองในด้านที่ดีมากกว่า เรียกว่าพ่อไปสบายที่สุดเลย เพราะไม่ได้เจ็บ ไม่ได้ปวดอะไร เหมือนเบลอๆ แล้วบอกว่าพ่อหายใจไม่ถนัด แล้วก็ไปเลยภายในแป๊บเดียว”

หากถามว่าสั่งเสียอะไรไหม ลูกสาวคนเดิมตอบว่า “มีเหมือนกัน ซึ่งเราตกใจมาก อย่างหนังสือที่เราจะแจกตอนเผา พ่อก็ทำมานานแล้ว เป็นหนังสือประวัติเขาเอง ถามว่าได้ถามไหมว่าทำไมรีบทำจัง ก็ตอนนั้นเหมือนเขาอายุเยอะแล้ว เขาก็อยากเขียนประวัติตัวเขาเองประมาณนั้น แกอยากเขียน อยากเก็บรวบรวมโปสเตอร์ เรื่องราวของเขา เรื่องลูก เรื่องชีวิตของเขา และพอทำเสร็จเขาก็บอกน้องเลขาที่สนิทว่า หรือจะเอาไว้แจกตอนงานศพเขา ซึ่งหนังสือเล่มนี้ทำไว้นานแล้วเป็นปีแล้วตั้งแต่ นาวาอายุ 7 เดือน แต่รูปเล่มเพิ่งเสร็จตอน 6 เดือนที่ผ่านมานี้เอง”

นักข่าวจึงถามต่อว่านอกจากหนังสือมีคำสั่งเสียอะไรที่พูดกับลูกๆไหม

ลูก ๆ ตอบว่า “คุณพ่อห่วงลูกทุกคน แต่ตอนนี้ลูกทุกคนก็อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว เขาก็สบายใจประมาณนึง ซึ่งหากถามถึงเรื่องอะไรที่อาเปี๊ยกค้างคาแล้วต้องสานต่อไหม ก็จะมีเหมือนจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ เป็นโปรเจกซ์ที่คิดจะทำแต่ยังไม่ได้เริ่ม มีละครที่ยังไม่ได้ออนแอร์ แต่คุณพ่อก็พูดกับลูกสาวว่าถ้าเหนื่อยก็อยู่สบายๆ ดีกว่า”

สุดท้ายนักข่าวถามว่ามีอะไรอยากบอกอาเปี๊ยกไหม
คุณอ้อมก็ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “พวกเราทุกคนจะเป็นเด็กดีอย่างที่พ่อสอนเรา” คุณโอ บอกว่า “พ่อหลับให้สบายไม่ต้องห่วงพวกเรารักกัน จะดูแลกันและกันตลอดไป”

นอกจากนี้ยังมีพวงหรีดส่งมาแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือพวงหรีดของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

keyboard_arrow_up