“น้ำเพชร ฏีญาภาร์” บอกคู่กรณี เลิกเป็นเพื่อน ไม่มีคำขอโทษ!! (คลิป)

เพิ่งควักเงินกว่าล้านห้าทุบทั้งหน้า บินไปทำศัลยกรรมเปลี่ยนโฉมให้เหมือนนางเอกซุปตาร์ “อั้ม พัชราภา” ไกลถึงเกาหลีได้แค่ไม่กี่เดือน แต่ดูเหมือนว่าที่มาจะเสียเปล่า เพราะ “น้ำเพชร ฏีญาภาร์ เศรษสิริสุวรรณ” อดีตรองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 และนางงามอีกหลายเวที ได้เสียโฉมจากเหตุทะเลาะวิวาทกับเพื่อนรัก ระหว่างเดินทางไปเที่ยวที่มาเก๊า

น้ำเพชร กับรอยแผลบริเวณดวงตา

วันที่ 14 ต.ค. 61 ทีมข่าวบันเทิงอมรินทร์ทีวี จึงได้ไปพูดคุยกับ “น้ำเพชร ฏีญาภาร์” อดีตรองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 และนางงามอีกหลายเวที ทันทีหลังจากเจ้าตัวบินกลับมาถึงประเทศไทย โดยเจ้าตัวบอกว่าจะให้ข่าวแบบเปิดใจครั้งนี้เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย โดย “น้ำเพชร ฏีญาภาร์” ได้บอกว่าอาการบาดเจ็บตอนนี้เพิ่งผ่านมา 2 วัน การรักษาเบื้องต้นที่มาเก๊าคือกินยาแก้อักเสบ ในวันพรุ่งนี้ตนจะไปตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล จากนั้นหมอศัลยกรรมจากเกาหลีที่เคยเปลี่ยนโฉมให้ จะบินมาไทย เพื่อดูและประเมินอาการ เนื่องจากรอยเย็บบริเวณตาของตนฉีกขาด ตอนนี้เครียดกับใบหน้าของตัวเองมาก

น้ำเพชร ฏีญาภาร์ อดีตรองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014

“น้ำเพชร” ยังบอกอีกว่า เพื่อนกันทะเลาะกันเดี๋ยวก็หาย แต่ครั้งนี้ถึงขั้นลงไม้ลงมือ ปกติแล้วนิสัยของเพื่อนคนนี้มักจะเมาและหนีกลับก่อน แต่การไปมาเก๊าครั้งนี้ ตนและเพื่อนเดินทางมาแค่2คน ยอมรับว่าโกธรมาก หากย้อนเวลากลับไปได้ตนคงจะไม่ต่อว่าเพื่อนอย่างรุนแรง ถ้าเพื่อนไม่โกธร ก็คงไม่เกิดการทะเลาะกันแบบนี้

โดย “น้ำเพชร” ได้เล่าถึงเหตุการณ์ทะเลาะกันว่า ตนได้ชี้หน้าด่าเพื่อน และพูดจารุนแรงใส่ เมื่อเพื่อนคนนี้พยายามที่จะเดินเข้ามาเพื่อจะพูดคุยให้ตนจิตใจสงบลง แต่ตนกลับผลักออก จากนั้นเพื่อนจึงกระโดดเข้ามาใช้กำลัง จิกตาตน แต่ตนไม่คิดจะสู้เพื่อน จึงแค่ปัดป้องเท่านั้น แต่การทะเลาะและใช้กำลังในครั้งนี้ส่งเสียงดังมาก ทำให้รปภ.ของโรงแรมต้องเรียกตำรวจเข้ามาห้ามปราม จากนั้นตนก็ได้นั่งรถฉุกเฉินไปที่โรงพยาบาล เมื่อได้คุยกัตำรวจ จึงตกลงว่าจะไม่ดำเนินคดีที่มาเก๊า เพราะจะทำให้ยุ่งยากต่อการเดินทาง และไม่อยากให้เพื่อนมีประวัติอาชญากรรมในต่างประเทศ

ตนไม่รู้จะพูดอะไร นอกจากผิดทั้งคู่ ตอนนี้ใจเย็นลงแล้ว กังวลใบหน้าที่เพิ่งไปทำศัลยกรรมมาในราคา 1 ล้าน 5 แสน นี่ก็คงบอกได้ว่าตนไม่อยากจะตบตีกับใคร ขณะนี้และต่อไป ตนจะไม่ได้โพสต์อะไรถึงเพื่อนคนนี้ในโซเซียลแล้ว และจะลบข้อความในโพสต์ที่กล่าวถึงออกให้ ตอนนี้ตาซ้ายของตนคงจะเป็นแผลเป็น ความเป็นเพื่อนคงจบแต่เพียงเท่านี้

รับไม่ได้ที่เพื่อนทำเกินกว่าเหตุ ไม่อยากกล่าวหาว่าเขาจงใจ เพราะผลกระทบในครั้งนี้ส่งผลต่อตนเป็นอยากมาก หากเพื่อนคนนี้มีแผล มีรูปหลักฐานอะไร ถ้าอยากจะแชร์ ก็ทำเลย ส่วนเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหายนั้น ตนยังไม่ได้ตัดสินใจ หากดำเนินคดี คำว่าเพื่อนคงเปลี่ยนสถานะไป ถ้าพูดขอโทษก็พร้อมจะให้อภัย แต่ไม่เคยมีคำนี้ เลิกเป็นเพื่อนกันดีกว่า ตนพาเพื่อนไปเที่ยว ก็เป็นแค่เพื่อนกิน นี่คือสิ่งที่อยากบอก

keyboard_arrow_up