‘ต้นหอม’ เล่าระทึก! ชายสวมไอ้โม่งอ้างเป็นตำรวจเรียกค้นยาเสพติด เผย สตช. ติดต่อมาแล้ว!

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ร้อนฉ่าโลกออนไลน์ หลังดีเจสาวอารมณ์ดี “ต้นหอม ศกุนตลา” โพสต์เล่าเหตุการณ์ระทึกที่เกิดขึ้นกับตนเองลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมามีชาย 3 คน ขอตรวจค้นรถเพื่อหายาเสพติด โดยแสดงท่าทางที่มีพิรุธ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่? และหากเป็นตำรวจจริง สามารถกระทำเช่นนี้ได้หรือไม่? โดยมีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยเข้ามาคอมเม้นต์ระบุว่าตนเองก็เคยเจอเหตุการณ์ในแบบเดียวกัน หลังจากนั้นดีเจสาวก็โพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยอัปเดตว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ติดต่อมาสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว

ล่าสุด “ดีเจต้นหอม” ได้เปิดใจกับสื่อมวลชน ยอมรับผวาไม่หาย พร้อมเล่านาทีระทึกแบบละเอียดยิบ

“คือจริงๆ เรื่องนี้เกิดเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม ตอนนั้นก็อยากจะโพสต์เพื่อถามว่าเราจะทำยังไงดี แต่ว่าติดช่วงงานพระราชพิธีก็เลยเอาไว้ก่อน พอมาถึงวันนี้ก็เลยถามเพราะว่าคาใจ เพราะทางตรงนั้นเป็นทางไปบ้านมะตูม ยังไงสักวันก็ต้องผ่านตรงนั้นอีก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือเราจอดรถส่งเลขาแล้วก็มีผู้ชายสามคนเข้ามา คือสิ่งที่หอมโพสต์ คือต้องการอยากรู้ว่า หอมจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นโจรหรือเป็นตำรวจ และหากว่าเป็นตำรวจ เราต้องทำตัวยังไงเมื่อเจอแบบนี้ คือหอมก็คิดว่าถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เราจะเป็นยังไง คนที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักเหมือนหอม เขาจะแก้ปัญหายังไง หอมว่าข้อมูลตรงนี้เป็นประโยชน์กับอีกหลายคน”

ทีมข่าวขอให้สาวต้นหอมเล่าเหตุการณ์อย่างละเอียดให้ฟังอีกรอบ ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า
“วันนั้นหอมจะกลับบ้านแล้วก็มากับเลขา แล้วก็จะปล่อยเลขาลงตรงเส้นมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าพระรามเก้า เพื่อที่เราจะเลี้ยวขวาขึ้นทางด่วน จริงๆ ทางไม่ได้เปลี่ยวแต่ทางมืดแล้ว ตอนนั้นก็ประมาณห้าทุ่มแล้ว พอส่งเขาลงยังไม่ทันปิดประตูเลย ก็มีมอเตอร์ไซค์สองคันเข้ามา คันหนึ่งประกบหลังรถ ซึ่งเลขาบอกว่าคันนี้สวมไอ้โม่ง แล้วอีกคันซ้อนมาสองคนประกบด้านข้าง คือตอนนั้นเราก็ตกใจแล้วเพราะมันเร็วมาก จากนั้นก็ได้ยินเสียงเขาคุยกับเลขาว่ามาส่งยาหรือเปล่า เราก็ตกใจทำยังไงดี ไม่รู้ว่าเป็นโจรเป็นตำรวจหรือเป็นอะไร คันด้านหลังก็จะค้นกระเป๋าเลขา ส่วนด้านข้างบอกให้เปิดกระจกเปิดประตู หอมก็รีบเปิดไฟเพื่อให้เขาเห็นว่าเราคือต้นหอม แต่ปรากฏว่าเขาไม่รู้จัก ก็เลยต้องเปิดประตูลงมานิดหนึ่ง แล้วก็ถามว่าพี่เป็นใคร เขาก็บอกว่าพี่เป็นตำรวจ หอมก็ถามกลับไปว่าตำรวจจริงหรือเปล่า เขาก็ตะโกนบอกกันว่าให้เอาบัตรให้น้องเขาดู แล้วบัตรที่ยื่นมาจำได้แค่ว่าเป็นบัตรสีเหลืองเคลือบพลาสติก จำชื่อไม่ได้เพราะสติไม่มี จากนั้นเขาก็ถามว่าเราทำอาชีพอะไร หอมก็รีบตอบไปเลยว่าเป็นดารา เค้าก็สตั๊นไปแป๊บหนึ่งแล้วถามว่าเป็นดาราชื่ออะไร ก็เลยตอบไปว่าชื่อต้นหอม เขาก็ทำท่าเหมือนว่าจะรู้จัก หลังจากนั้นก็เลยเหมือนเป็นการพูดเล่นกัน ไม่นานก็มีแท็กซี่ผ่านมาก็เลยโบกให้เลขาขึ้น เขาก็บอกว่าวันหลังอย่ามาแถวนี้นะมันมืด มีการส่งยากันบ่อย พอเราขับแยกออกมา เราก็ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เราเจอเขาเป็นตำรวจจริงไหม เพราะการแต่งกายเขา เขาใส่แค่เสื้อยืดที่เขียนว่าตำรวจด้านหน้า แล้วก็ใส่เสื้อกั๊กสีดำของตำรวจ แล้วก็ใส่หมวก ส่วนมอเตอร์ไซค์ก็มีโล่ข้างหน้า คือลักษณะคล้ายตำรวจก็เลยไม่มั่นใจว่าใช่หรือไม่ใช่”

หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้ตามเรื่องอะไร?
“ไม่ค่ะ เราแค่อยากจะโพสต์ถามความคิดเห็นคนอื่น ซึ่งเราก็มีไปถามดาราคนอื่น เขาก็บอกกันว่าไม่น่าจะใช่ตำรวจ”

ช่วงที่พูดเขามีทีท่ายังไงบ้าง? “ตอนแรกที่ขอตรวจค้นค่อนข้างเข้ม แต่พอบอกว่าเป็นต้นหอมเขาก็คงคิดว่าเป็นที่รู้จักคงไม่ทำอะไรแบบนี้”

ได้แจ้งความไหม? “ไม่ค่ะ เพราะเราเองก็ยังไม่รู้ว่าเค้าเป็นใคร”

แสดงว่าเราแค่ติดใจว่าเป็นตำรวจจริงหรือปลอม? “ใช่ค่ะ ก็แค่อยากรู้ เพราะว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้วเราเป็นผู้หญิงขับรถมาคนเดียวจะต้องทำยังไง ส่วนใหญ่ก็ได้รับคำแนะนำว่าอย่าลงรถ แล้วก็ให้ขับรถไปที่สน. แต่การเจรจาก็อยากรู้ว่าถ้าเกิดว่าเขาเป็นตำรวจจริงๆ เราต้องพูดกับเขายังไง”

เห็นล่าสุดบอกมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติติดต่อมาแล้ว?
“ใช่ค่ะ ตำรวจติดต่อผ่านผู้จัดการมา เราก็โทรกลับไป เขาก็ให้เราเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ซึ่งตอนนี้ก็รู้แล้วว่าสน. ตรงพื้นที่นั้นคือสน.หัวหมาก ก็คงประสานไปที่สน. หัวหมากว่าวันนั้น เวลานั้น มีตำรวจนอกเครื่องแบบออกตรวจหรือเปล่า เขาก็คงจะประสานงานกับผู้บังคับบัญชาแล้วก็อัปเดตกับเราอีกที”

จะแจ้งความไหม? “ยังค่ะ เอาจริงๆ หอมก็ไม่รู้ว่าจะแจ้งความในข้อหาอะไร เราก็แค่ได้บทเรียนว่าอย่าไปส่งกันในที่เปลี่ยว”

ผวาไหมในการขับรถกลางคืน? ” ผวาเลย ยิ่งเป็นเส้นนั้นก็ยิ่งรู้สึกเพราะว่าเรายังไม่ได้คำตอบ แต่ถ้าเป็นตำรวจเราก็จะสบายใจ แต่ถ้าเค้าไปเช็คแล้วบอกว่าไม่มีตำรวจนอกเครื่องแบบวันนั้นเราก็ยิ่งผวาไปอีก แต่แค่วันนี้สื่อสนใจหอมก็คิดว่าเจ้าหน้าที่จะมีคำตอบให้เราแล้ว”

ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติบอกไหมว่าจะรายงานความคืบหน้าเมื่อไหร่?
“เขาไม่ได้บอก เขาแค่พูดว่าจะไปเช็คกับทางสน. หัวหมากอีกทีนึง แต่หอมเชื่อว่าพอมันเป็นข่าว พอมันเป็นกระแสสังคมเขาก็จะหาคำตอบให้กับเรา”

แล้วถ้าเช็คแล้วไม่เจอตำรวจนอกเครื่องแบบวันนั้น เราจะแจ้งความเลยไหม?
“ไม่เอา กลัว ”

เผื่อจะได้เป็นเคสตัวอย่าง?
“ต้องแจ้งใช่ไหม ไม่รู้อันนี้ยังไม่ได้คิดเลยค่ะ ก็อาจจะปรึกษากัน ถ้าอยากให้แจ้งก็แจ้งได้ จะได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนก็ได้ ถ้าไม่ใช่ตำรวจจริงๆ นะ เพราะว่าตรงนั้นก็น่าจะอันตราย”

หวานใจเราว่ายังไงบ้าง? ” หลังจากวันนั้นเขาก็บอกว่า ต่อไปนี้อย่าจอดตรงที่แบบนี้อีก ก็คือให้เลขามาลงที่คอนโดเรา แล้วก็นั่งจากคอนโดเราต่อไปอีกที”

วันนั้นเขาค้นอะไรบ้าง? ” เขาค้นกระเป๋าเลขาหมดเลย แต่ส่วนในรถหอมเค้าก็ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยว”

keyboard_arrow_up