‘ไชยา มิตรชัย’ ตั้งปฏิญาณขอทำความดี ตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9

หากยังจำกันได้ในปี 2543 ได้มีการจัดงานแสดงลิเกเฉลิมพระเกียรติเรื่อง ‘พระมหาชนก’ อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยหนึ่งในผู้ที่ได้มีโอกาสแสดงลิเกในครั้งนั้น ก็คือพระเอกลิเกชื่อดัง ‘ไชยา มิตรชัย’

ซึ่งเจ้าตัวได้เผยกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ว่าถือเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอย่างสูงสุดที่ได้รับโอกาสนี้
“ในช่วงที่ผมรับบทเป็นพระมหาชนก อันนั้นเป็นมหกรรมลิเก ซึ่งมีหลายคนที่ได้รับบท ทั่วฟ้าเมืองไทยมารวมตัวกันอยู่ที่นั่น แล้วก็ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันถวายให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
ส่วนตัวผมได้รับบทเป็นตอนที่พระมหาชนกเรือแตก แล้วก็ต้องว่ายน้ำไปขึ้นฝั่ง โดยมีน้องสาว แอน มิตรชัย รับบทเป็นนางมณีเมขลา จากซีนนั้นก็เปลี่ยนนักแสดง เหมือนร่วมกันแสดงคนละฉาก 2 ฉาก แต่เชื่อไหมครับว่า ฉากเดียวที่ผมได้แสดงก็มีครูดี ทั้งบทลิเกที่แต่งให้ แล้วก็ท่าที่ได้จากกรมศิลป์ โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาก ผมจำได้ติดตาเลยว่ามีคนเข้ามาดูเยอะมาก นอกจากแฟนลิเกก็ยังมีคนจากต่างสาขา ต่างอาชีพที่เข้ามาให้กำลังใจพวกเรา”

รู้สึกยังไงที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงลิเกในครั้งนั้น?
“เอาจริงๆ เลย ตอนที่ติดต่อมาบอกให้มาเล่นพระมหาชนก ตอนนั้นมีทั้งงานละครและงานอื่นๆ เยอะมาก ก็เลยตอบกลับเขาไปว่าจะเป็นอะไรไหมถ้าผมซ้อมน้อย แต่ไม่ต้องห่วงถ้าได้เล่นจะทำให้ดีสุด และจะพยายามซ้อมตลอด เพราะตอนนั้นคือยังเด็กมาก แล้วคนอื่นที่ไปคือชั้นครูทั้งนั้น เราก็แอบกังวลว่าจะไปเป็นตัวถ่วงเขา จะทำให้เขาซ้อมกันน้อยหรือเปล่า แต่เชื่อไหมครับด้วยปาฏิหาริย์หรืออะไรก็ตามแต่ ไปขอกองละครว่าขอไปซ้อมพระมหาชนกได้ไหม เขาก็ให้ไป ซึ่งมันแปลกประหลาดมาก พอทุกคนเปิดทางให้กับเรา ผมก็รู้สึกดีใจมาก ถึงแม้จะได้เล่นแค่ฉาก 2 ฉาก แต่ผมจะทำให้สุดความสามารถและสุดตัว รู้สึกเป็นเกียรติต่อวงศ์ตระกูลมาก มันเป็นผลงานที่สร้างเอาไว้”

แบบนี้เราอยากจะสานต่อลิเกต่อไปเพื่อตอบแทนพระองค์ท่านไหม?
“ผมทำอยู่แล้วครับ เพราะจริงๆ แล้วผมเคยเล่นหน้าพระที่นั่งของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในช่วงนั้นท่านเสด็จมา แล้วผมก็เล่นลิเกเรื่องอิเหนา และก่อนที่ท่านจะเสด็จกลับ ท่านเดินมารับสั่งไว้เลยว่าไชยา อย่าทิ้งลิเกนะ
แค่นั้นก็อยู่ในใจเราแล้ว ส่วนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมเคยได้รับรางวัลพระราชทาน รางวัลศิลปะพื้นบ้านแขนงลิเก ไม่ได้รับจากพระหัตถ์พระองค์ท่าน แต่มีผู้แทนมา นั่นเป็นรางวัลจากพระองค์ที่มอบให้กับคณะไชยา เพราะฉะนั้นผมก็มีหน้าที่ที่จะรักษาแล้วก็สืบสานวัฒนธรรมแขนงนี้ไว้ก็คือลิเกครับ ไม่ว่าจะเล็กจะน้อย เวลาเราไปออกรายการอะไรต่างๆ ก็จะร้องลิเกตลอด เพราะว่าอย่างน้อยๆ เลย เด็กรุ่นใหม่ที่ไม่เคยได้ยินลิเกมาก่อน ก็จะถามแม่ว่าพี่เขาร้องอะไร ก็คือ ลิเก

อีกสิ่งหนึ่งเลยครับที่พี่จรรโลงเอาไว้แล้วก็ไม่ทิ้งแน่นอน นั่นก็คือหัดให้น้องชาย แล้วก็หัดให้กับเด็กแถวบ้าน ซึ่งเป็นเด็กที่พ่อแม่เขายากจน แล้วเราก็ไม่ได้คิดเงินคิดทองเลย หัดให้เป็นวิทยาทานแล้วก็สืบสานเอาไว้ เวลาว่างหลังเลิกเรียน แทนที่จะไปติดยา เกเร ก็มาฝึก เพื่อเป็นวิชาชีพด้วย อย่างพี่เล่นลิเกมา ก็ไม่เคยคิดว่าเป็น
ไชยา มิตรชัย แล้วคนจะมารู้จักพี่ได้ แต่ก็ย้อนกลับไปถึงพระมหาชนก นั่นก็คือ ความเพียร หากเราเพียรและพยายามแล้วความสำเร็จก็จะตามมาหาเรา แล้วสิ่งหนึ่งเลยก็คือเราได้เกิดในแผ่นดินของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 สิ่งใดที่ผมจะทำตอบแทนพระองค์ท่านได้ ไชยาคนนี้ยินดีทำครับ ผมขอปฏิญาณไว้เลยว่าจากนี้ทุกลมหายใจ จะสร้างแต่คุณงามความดีฝากเอาไว้ในแผ่นดินนี้ เพื่อกตัญญูต่อแผ่นดินนี้และในหลวงรัชกาลที่ 9 ครับ

keyboard_arrow_up