‘แพท วงเคลียร์’ ปลื้มคนไทยรวมใจปลูกดาวเรือง ตอบรับโครงการ ‘หยาดเหงื่อพระราชา’

รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย (แพท วงเคลียร์) หนึ่งในหัวเรือใหญ่ในโครงการสร้างสวน “หยาดเหงื่อพระราชา”
ที่เริ่มเปิดมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งก็มีทั้งประชาชนจากทั่วสารทิศและศิลปินดาราชื่อดังมากมาย เดินทางมาร่วมปลูกต้นดาวเรืองกันอย่างเนืองแน่น

กระทั่งล่าสุด 17 ตุลาคม 2560 จากสวนที่มีความแห้งแล้งก็เปลี่ยนเป็นความงดงาม จากต้นดาวเรืองที่บานสะพรั่งเหลืองอร่ามเต็มทุกพื้นที่ที่สร้างไว้เป็นรูปหยาดเหงื่อพระราชา ทำเอาสาวแพทปลื้มและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

“เราดีใจ เพราะวันที่เริ่มต้นเราก็เป็นทีมงานเล็กๆ จัดกันเอง วันนี้ดีใจที่เห็นสื่อมวลชนมาร่วมงานเยอะ รวมถึงศิลปินดารา ตั้งแต่เริ่มงานทุกคนก็ร่วมมือร่วมใจช่วยกันประชาสัมพันธ์งานนี้เป็นอย่างดี แล้วก็มาร่วมปลูกกันด้วย เราก็เลยขอขอบคุณทุกคนผ่านทางอมรินทร์ด้วยละกัน”

“เราเริ่มคิดงานกันต้นเดือนกันยา แล้วก็เปิดสวนวันที่ 1 ตุลา ซึ่งวันนั้นที่เห็นภาพจะยังแห้งแล้งอยู่เลย ดาวเรืองก็ไม่เต็มเพราะเราตั้งใจให้คนมาช่วยกันปลูก แล้วก็ยังเป็นสวนสีเขียวๆ เพราะดอกยังไม่บาน วันนี้ก็เห็นแล้วว่าพื้นที่ที่เป็นหยาดเหงื่อใกล้จะเต็มแล้ว เหลือตรงยอดนิดเดียว แล้วก็ดอกไม้บานหมดแล้ว ส่วนความรู้สึก
เราดีใจอยู่แล้วแหละในฐานะคนจัดงาน แต่ว่าที่สุขกว่านั้นคือ ทุกๆ ครั้งที่เราได้มาอยู่ที่นี่ ได้เจอคนที่บอกเขามาเชียงใหม่ เขามาจากขอนแก่น พาเพื่อนมา พาลูกมา แล้วก็มาเขียนชื่อตัวเอง เพราะมีความตั้งใจว่าฉันจะถือดอกดาวเรืองของฉัน เพื่อตั้งปณิธานถึงพระองค์ท่านแล้วก็ปลูกพร้อมปักชื่อตัวเองลงไป อันนั้นเป็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นทุกวัน มันเหมือนแบบรู้สึกว่างานนี้สำเร็จแล้ว แค่เห็นรอยยิ้มของคนที่เขามา”

ในส่วนของตัวสวนเอง หลังจากนี้ก็จะมีอีกหนึ่งงานต่อเนื่องในเดือนธันวา ซึ่งจะเป็นอีกทีมงานหนึ่ง ที่เราคุยกันตั้งแต่ต้นว่าเดี๋ยวเดือนตุลาจะปลูกดาวเรือง แล้วก็เดือนธันวาคมน่าจะได้เห็นงานไฟ ซึ่งเขาจะใช้สถานที่เราต่อ”

แพท แจงต่อถึงความสวยงามของพื้นที่ทั้งหมด ที่แต่ละส่วนจะมีการซ่อนปรัชญาและแนวคิดของพระองค์ท่านด้วย
“มีทีมงานช่วยคิดไอเดียของตัวสวนขึ้นมาซึ่งท่านเป็นนักจัดสวนระดับประเทศ ซึ่งแต่ล่ะส่วนก็ซ่อนปรัชญาแล้วก็แนวความคิดของพระองค์ท่าน ที่อยากจะถ่ายทอดและสืบทอดไปถึงเด็กๆ เรามองว่าคนรุ่นเราอยู่ตรงกลาง ทันพระองค์ท่าน เคยได้เห็นภาพการทำงาน เราเองก็เคยเป็นหนึ่งที่เป็นหนึ่งในแสนในล้านคน ที่รวมตัวเสื้อเหลือง
ณ พระที่นั่ง แล้วเราก็คิดว่าถ้าไม่ใช่คนรุ่นเราที่สืบสานต่อไป หรือบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคนรุ่นเก่า แต่เป็นเรื่องของคนรุ่นเรา ที่มีหน้าที่ดูแลประเทศต่อไป”

keyboard_arrow_up