‘ดีเจภูมิ’ ปัดโชว์เก๋า โพสต์ภาพแอลกอฮอล์เย้ยกฎหมาย แจงโดนปรับ 5 หมื่นเป็นรูปเก่า

จากกรณีที่ “ดีเจภูมิ-ภูมิใจ ตั้งสง่า” ได้โพสต์ภาพรินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่งลงในแก้ว ขณะไปเที่ยวพักผ่อน พร้อมแคปชั่นว่า “หันฉลากหลบแล้วนะครับ”

หลังจากนั้นวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา “ดีเจภูมิ” ก็ได้โพสต์ภาพขณะเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมระบุข้อความว่า “โพสต์ภาพในเชิงการโฆษณาแบบเห็นแบรนด์ หรือมีคำเชิญชวนให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผิดกฎหมายจริง โดนปรับจริงนะครับ วันนี้มาจ่ายค่าปรับครับ 50,000 บาท ระมัดระวังกันด้วยนะครับ ประชาชนทั่วไปก็โดน เป็นห่วงครับ ปิดคดีครับ หลังจากนี้จะระมัดระวังนะครับ” ซึ่งทำเอาหลายๆ คนเข้าใจ ว่าสาเหตุที่โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกพบ เป็นเพราะโพสต์ภาพท้าทาย

โดยในช่วงเย็นวานนี้ ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ติดต่อไปยังดีเจภูมิ เพื่อไขข้องข้องใจในประเด็นดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวได้ชี้แจงว่า
“จริงๆ แล้วภาพนี้ไม่ได้เป็นเรื่อง ที่เป็นก็คือภาพเมื่อปีที่แล้ว ที่เป็นประเด็นทั้งหมด แต่เราไปออกรายการและพูดคุยกับผู้มีความรู้ทางด้านนี้ เขาก็บอกว่าถ้าไม่มีการเชิญชวน และไม่เห็นโลโก้แบรนด์ ก็ถือว่าไม่ได้ผิด เราก็เลยโพสต์เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าโพสต์ในลักษณะนี้ไม่เป็นอะไรนะ โพสต์แบบไลฟ์สไตล์ไม่เป็นอะไร”

“เรื่องที่จ่ายเงินวันนี้คือปีที่แล้ว ส่วนเรื่องที่โพสต์ไปเมื่อวานนี้ไม่ผิดอะไร หลายๆ คนตกใจว่าโพสต์เมื่อวาน วันนี้เป็นเรื่องเลย”

ส่วนที่มีเพื่อนๆ เข้ามาคอมเม้นท์ เจ้าตัวบอกว่า “มีเพื่อนๆ ก็เข้ามาคอมเม้นท์ทั้งเพชรจ้า ก็บอกว่า “ท้าทายจีจี” ป้อง ณวัตร ก็เข้ามาแซว แต่ก็ไม่มีอะไร”

สำหรับเจตนาในการโพสต์ ดีเจภูมิกล่าวว่า
“จริงๆ เราทำงานตรงนี้ สายปาร์ตี้ เราก็ต้องพรีเซนท์ตัวเองตรงนี้บ้าง ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน และถ้าเรารู้กรอบเกณฑ์ เราก็จะรู้ว่าต้องทำงานยังไง จริงๆ กฎหมายนี้ไม่ใหม่ แต่ตอนนี้มันเคร่ง และตอนนี้ทุกคนเองก็โดนปรับได้เหมือนกัน และจำนวนเงินก็ไม่ใช่น้อยๆ และตอนนี้คนที่แจ้งความจะได้รับรางวัลด้วย ก็จะกลายเป็นประเด็นที่ใหญ่ในเรื่องกฎหมาย เราก็ไปพูดคุยกับผู้รู้เรื่องนี้ และรู้ว่าแสดงออกแบบไหนถึงไม่ผิด”

ถ้าถามว่าดาราที่โดนเรียกพบ จะถือเป็นตัวอย่างของการบังคับใช้กฎหมายไหม เจ้าตัวบอกว่า “ดาราที่โดนก็ถือเป็นตัวอย่าง ประชาชนก็ต้องรู้กฎหมายและระมัดระวัง

สุดท้ายเจ้าตัวก็ฝากถึงผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับมุมมองเรื่องกฎหมายแอลกอฮอล์ว่
“เราสามารถที่จะเอ็นจอยได้ เราเติบโตต่างประเทศ เราจะเห็นว่าการแก้ปัญหาต่างกัน อย่างต่างประเทศ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และให้เด็กทดลองแอลกอฮอล์ตั้งแต่อายุ 16 และอยู่ในการดูแลของผู้ปกครอง ผับบาร์อยู่แถวมหาวิทยาลัย แต่บ้านเราไม่ให้มี ผมว่าเราน่าจะแก้ที่สถาบันครอบครัวหรือการศึกษา อย่างเราคงอยากจะสอนลูกตั้งแต่เด็ก และให้ลูกรู้ว่าเมาเป็นอย่างไร ไปเมาแล้วจะเป็นอย่างไร แต่อย่างตอนนี้อายุ 20 เพิ่งให้ดื่ม คือโตแล้วเพิ่งได้ลอง จริงๆ เราให้เขาลองบริหารตัวเองเกี่ยวกับสิ่งมึนเมา ดีกว่าเรากีดกันและปิดๆ และฝากทุกคนถึงการโพสต์แอลกอฮอล์ และการศึกษากฎหมาย ว่าตอนนี้เขาเอาจริงแล้ว”

keyboard_arrow_up