‘ต้นหอม’ เล่านาทีผวาหนุ่มป่วยจิตยืนยิ้มหน้าห้อง สั่นสู้ไม่ย้ายหนี ‘ซัน’ คุมเข้มความปลอดภัย

จากเหตุการณ์อกสั่นขวัญผวา ที่หนุ่มนิรนามที่คาดว่ามีอาการทางจิตบุกถึงหน้าห้อง “ดีเจต้นหอม ศกุลตลา”
จากนั้นดีเจสาวพร้อมแฟนหนุ่ม ซัน ประชากร จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อ นายธนดล (สงวนนามสกุล)
ในข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญและพยายามบุกรุกเคหะสถาน
พร้อมเปิดเผยเบื้องต้นต่อสื่อมวลชนว่า หนุ่มคู่กรณีมีพฤติกรรมติดตามชีวิตส่วนตัวและทำมาหลายครั้งแล้ว
โดยคาดว่ามีอาการทางสมองแต่อาจไม่ถึงขั้นวิกลจริต เพราะสามารถสืบทราบจนรู้คิวงานของตน
ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังพูดจามุ่งร้ายขู่ฆ่า “ซัน ประชากร”
อีกทั้งยังขอสาวต้นหอมไปทำเมียต่อหน้าหนุ่มซันอีกด้วย

ล่าสุดต้น ‘หอม-ซัน’ ก็ได้ออกมาเผยถึงเหตุการณ์หลอนๆ ที่เกิดขึ้น โดนต้นหอมยืนยันว่า
“ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยคู่กรณีไม่มีใครมายื่นขอประกันตัว จึงต้องนอนห้องขังก่อนส่งฟ้องศาล
ตอนนี้รอหลักฐานทางการแพทย์ว่าสุดท้ายเขาป่วยเป็นอะไร เท่าที่พูดคุยที่ได้เจอ
เรารู้สึกว่าเขาแค่ผิดปกติ ไม่ถึงขนาดไม่รู้เรื่อง จากที่คุยกับคุณแม่เขา
แม่เขาบอกว่าเหมือนสารเคมีในสมอง หลั่งผิดปกติ ซึ่งเป็นสารการยับยั้งช่างใจ
เขาจะไม่รู้อะไรผิดถูก”

ต้นหอมยังเผยต่อว่า “ตอนที่มาห้องตอนแรกก็โกรธมาก พอดำเนินคดีรอบแรกก็คิดว่าไม่มาแล้ว
แต่ก็ไปแกรมมี่ จนล่าสุดจังหวะเขาดีมาก ที่รายการมาถ่ายที่ห้องและรปภ. เป็นคนใหม่ เขาก็หลอกรปภ. ว่า
จะเอาเสื้อไปให้ทีมงาน รปภ. เลยให้ขึ้น
จังหวะเขาดีหมดเลย ถ่ายรายการก็เปิดประตูไว้ เขาก็มายืนยิ้มหน้าห้อง”

ทางด้านซันเปิดเผยว่า “ส่วนตัวพอรู้เรื่องก็รีบมาหา ก็เจอเขาอยู่ข้างล่าง
เขาเดินมาคุยกับผม ให้ผมมีแฟนใหม่ บอกว่าเราไม่เหมาะ และเขาขอต้นหอมไปทำเมีย
ผมก็บอกเขาดีๆ ว่าเราดูแลได้ เขาบอกเขาจะฆ่าซันเอง แล้วเขาก็หัวเราะต่อ
ตอนนี้ก็เข้มงวดเรื่องความปลอดภัย ไปรับไปส่ง ยิ่งแบบเขาจะเอาต้นหอมไปเมีย ผมยิ่งห่วง”

ด้านต้นหอมแจงต่อว่า “ส่วนตัวรำคาญ จนเราจะเป็นโรตติต ช่วงแรกนอนไม่หลับ ว่าทำไมมาอีกแล้ว
พอเขามาเจอหน้าเราจังๆ เลยแบบทนไม่ไหวแล้ว ส่วนเรื่องโทษรอผลทางการแพทย์
แต่ส่วนตัวมองว่าไม่ถึงกับโรคจิต คุยกับผู้กองเขาก็บอกไม่น่าวิกลจริต
ศาลอาจจะตัดสินให้ลงอาญา โทษเบา ส่วนตัวไม่คิดย้ายออกจากคอนโด แต่เขาต้องปรับตัว
ยอมรับพูดคุยกับคุณแม่ของผู้ต้องหาบอกเขาถึงปัญหาที่เราเจอ แม่เขาบอกว่า
เขาก็เหนื่อยเหมือนกันที่จะพาลูกไปรักษา เราก็เลยบอกอันนั้นเป็นปัญหาครอบครัว เราไม่ยุ่ง
แต่ถ้าเขาทำอีกเราไม่ยอม เราก็ถามว่าอยากดัดนิสัยไหม สักคืนนอนห้องขัง แม่เขาก็ได้
ก็เลยนอนห้องขังหนึ่งคืน ซึ่งก็ต้องรอดูต่อไป ครอบครัวก็ต้องดูแลดีๆ”

ภาพ : IG djtonhorm
ภาพ : IG djtonhorm
keyboard_arrow_up