‘น้ำตาล’ ทุบกลับหลังห้องเสื้อฉะขึ้นวอ-เชิดใส่ชุดแบรนด์ไทย

แซ่บๆ พริก 100 เม็ดเมื่อห้องเสื้อแบรนด์ไทยเจ้าหนึ่งโพสต์เฉ่งสาว “น้ำตาล ชลิตา” ประมาณว่าไม่ยอมใส่ชุดที่ตนส่งไปให้ โดยฝ่ายนางงามอ้างติดปัญหาเรื่องใส่แล้วดูโป๊ โดยทางห้องเสื้อก็แฉต่ออีกว่า ได้ส่งชุดให้พิจารณาก่อนหน้าแล้ว หากมีปัญหาก็น่าจะแย้งตั้งแต่แรก แต่ที่ไม่ใส่เพราะเป็นแบรนด์ไทยน่ะสิ ก่อนเหน็บแรงทำตัวเป็นคางคกขึ้นวอ แบรนด์ไทยใส่ไม่ได้ ใส่ได้แต่แบรนด์เนม ซ้ำทำตัวไร้สัมมาคารวะ ยกมือไหว้ใครไม่เป็น ด้านสาวน้ำตาลก็ไม่นิ่งเฉย มาคอมเมนต์ตอบว่า ‘หรอคะ’ พร้อมแชร์สเตตัสของห้องเสื้อพร้อมบอกว่า ‘ติดต่อกลับด้วยค่ะ’

ล่าสุด น้ำตาล เปิดใจถึงดราม่าล่าสุด ยันตนใส่ได้ทุกแบรนด์ และห้องเสื้อคู่กรณีไม่เคยส่งชุดมาให้ดูอย่างที่อ้าง
ไม่เอาเรื่องโดนด่าแรงขึ้นวอ

“ก็จริงๆ แล้วที่ถ่ายวันนั้นเป็นโฆษณาแป้งค่ะ ก็ต้องเป็นงานผิว
แล้วเรื่องชุดก็อยากจะถามเขาว่าเอาหลักฐานตรงไหนมาว่าตาลเป็นคนพูด เพราะว่าตาลยังไงก็ได้
อยู่ที่เขาเคลียร์กัน เพราะจริงๆ เราก็มีการจ้างสไตลิสต์อยู่แล้ว ซึ่งชุดนั้นเราก็ไม่รู้ว่ามีชุดนั้นมาให้เราใส่
เราไม่เคยรู้มาก่อนเลย แล้วอีกอย่างหนึ่ง เวลาที่เราถามไปว่ามีชุดอะไรแบบไหนยังไงบ้าง
แต่เขาก็ไม่มีฟีดแบคกลับมา เราก็ไม่รู้ว่าอะไรยังไง เพราะไม่เคยฟิตติ้งเลย
เราก็เลยแบบอืม…แล้วต้องทำยังไงต่อไป”

ยืนยันทางฝั่งห้องเสื้อไม่เคยส่งชุดมาให้ดูให้ลอง?
“ไม่เคยเลยค่ะ ถ้าเคยส่งชุดตาลจะต้องรู้ เพราะว่าจริงๆ เวลาที่จะถ่ายโฆษณา เราต้องมีการฟิตติ้งอยู่แล้ว
เวลาจะเอาชุดไหนก็ต้องตกลงกันว่าเอากี่ชุดๆ แต่อันนี้คือไม่รู้เรื่องเลย”
เป็นไปได้ไหมว่ามีการเข้าใจผิดกัน เช่นห้องเสื้อส่งชุดให้ทีมงานโฆษณาแต่ไม่ได้ส่งให้เรา
“ไม่ค่ะ เพราะว่าก็ถามไปในกรุ๊ปที่มีเจ้าของด้วย เราถามหมดเลย ซึ่งก็ไม่มีอะไรตอบรับเลย เราก็เลยรู้สึกว่า
เขาอาจจะยุ่ง แต่พอถึงวันจริงๆมันก็สมควรที่เราจะรู้บ้างว่าเราต้องใส่อะไรแบบไหนบ้าง”

มองว่าเป็นการดิสเครดิตเราไหม?
“อันนี้ตาลก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ซึ่งเขาไปโพสต์อย่างนั้น แน่นอนว่ามันต้องเสียหายกับตาลอยู่แล้ว
ตาลเองเป็นคนง่ายๆ ยังไงก็ได้ ไม่เคยบ่น ไม่เคยขอ ไม่เคยรีเควสอะไรเลยตั้งแต่ทำงานมา
พอเขาโพสต์แบบนั้นตาลก็ทักเขาไป แต่เขาก็ไม่ยอมตอบกลับมา จนแม่ขอเบอร์กับทางเจ้าของ
เพื่อที่จะโทรไปคุย เขาก็บอกว่าไม่ได้มีเจตนา แล้วก็ขอโทษ แต่ก็ยังบอกว่าไม่ได้หายไปนะ
แต่แม่ขอไว้ จริงๆ แม่ไม่ได้ขอนะคะ แต่แม่บอกว่าถ้าคุณมีหลักฐานคุณเอาออกมา ถ้าไม่มีอย่าพูด”

ได้กลับไปเช็คกับทางทีมงานไหมว่าเขาได้ส่งชุดมาให้ดูจริงหรือเปล่า?
“ขนาดผู้จัดการตาลยังไม่รู้เรื่องเลยค่ะ คือยังไม่มีใครรู้ ส่วนสไตลิสต์ที่ไปกับตาล
เขาก็ไม่รู้เรื่องเลยว่ามีชุดอีกชุดหนึ่งมาด้วยเหรอ”

เขายืนกรานว่าเขาส่งชุดมาให้เราแล้ว ไม่งั้นเขาจะกล้าออกมาโวยทีหลังได้อย่างไร?
“ถ้าเขากล้ายืนยันว่าเขาเป็นคนส่งชุดมาให้ตาลแล้ว ตาลยินดีรับผิดเลย
คือถ้าไม่มีหลักฐานตาลก็ไม่อยากให้พูดค่ะ มันเสียทั้งสองฝ่าย”

ตอนนี้เขาขอโทษเราแล้วใช่ไหม?
“ใช่ค่ะ ขอโทษแต่ก็ยังมีออกมาพูดอีกบ้าง แต่เราก็ปล่อยผ่านค่ะ”

เราอยากเอาเรื่องไหม เพราะเขาทำให้เราเสียชื่อเสียง?
“(ถอนหายใจ) ตาลว่าตั้งแต่รับมงแล้ว (หัวเราะ)
เราโดนจนชินแล้วก็เลยรู้สึกว่าอะไรที่มันปล่อยไปได้ก็ปล่อยไป แต่อะไรที่มันมากเกินไปที่มันไม่จริง
เราก็ควรที่จะตอบโต้บ้าง เพราะเราก็เป็นคนมีจิตใจเหมือนกัน เราก็มีเรื่องจริงเรื่องไม่จริง
ยังไงก็พูดออกมาตรงๆเลย เพราะตาลก็พูดออกมาตรงๆอยู่แล้ว”

ที่เขาขอโทษ เขาขอโทษว่าอย่างไรบ้าง?
“เขาคุยกับแม่ค่ะ วันนั้นตาลไปทำงาน ก็เหมือนเขาบอกแม่ว่าน้องไม่ชอบโน้นนี่
ซึ่งตาลไม่ได้พูดอะไรเลย”

เหมือนเขาขอโทษไปส่งๆ อย่างนั้นไหม เพราะเขาก็ยังรู้สึกว่าเราเป็นคนผิดอยู่ดี?
“ธรรมดาแหละค่ะ เป็นตาลหายใจก็ผิด (หัวเราะ)”

อยากบอกเขาไม่ว่าจริงๆแล้วเราไม่ได้รับชุดนะ?
“ก็เรื่องนี้เราคุยกับทุกฝ่ายแล้ว มีการเคลียร์กันแล้ว แล้วตาลก็บอกหลายครั้งแล้ว
คือเวลาที่เราถามอะไรไปไม่มีการตอบกลับมาว่าต้องทำอะไรแบบไหนถึงกี่โมง กี่ชุด
เราก็เลยรู้สึกว่าแบบงานนี้ยังมีอยู่หรือเปล่า แต่เราก็เลยอ่ะ ไม่เป็นไรเพราะเรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว
ก็ไม่อยากไปคิดมากมาย”

อยากให้เขาโพสต์ขอโทษเหมือนที่โพสต์ด่าเราไหม?
“ไม่หรอกค่ะ การที่จะโพสต์ออกมา ตาลอยากให้โพสต์ออกมาจากจิตสำนึกของตัวเองมากกว่า
ถ้ามาโพสต์ลอยๆ มันก็สูญเปล่า อยากให้เขาโพสต์ออกมาจากความจริงใจของเขาจริงๆ
ตาลเองไม่ได้เรียกร้องอะไรอยู่แล้วค่ะ แค่มีอะไรก็ขอเป็นหลักฐาน”

มีคำหนึ่งที่เขาบอกว่าตาลบอกว่าปกติใส่แต่แบรนด์เนม เขาก็เลยด่าว่าเราเป็น “คางคกขึ้นวอ”?
“คือตาลไม่เคยพูดค่ะ ตาลใส่ทุกแบรนด์ วันนี้ที่ใส่ก็แบรนด์ไทย ซึ่งมันแล้วแต่งาน ตาลไปแฟชั่นวีก
ตาลไปดูของแบรนด์อะไรตาลก็ใส่ของแบรนด์นั้น เวลาที่เราไปไหนมีผู้ใหญ่ซัพพอร์ตเรา ซึ่งถือว่าดีมาก
ตาลไม่เคยบอกว่าฉันใส่แบรนด์เนม ฉันไม่อยากใส่แบรนด์ไทย ตาลเป็นคนที่ใส่แบรนด์ไทยทุกแบรนด์ที่สนับสนุนมาตั้งแต่ตาลประกวดและหลังประกวด ตาลใส่ตลอดอยู่แล้ว นอกจากงานใหญ่ๆ จริงๆ ที่เราใส่ชุดแบรนด์เนม เพราะมันจะได้ดูสง่า ดูสวย ดูเข้ารูป ถามว่าชุดของแบรนด์ไทยดีไหม ดี แต่มันขึ้นอยู่กับกาลเทศะ ขึ้นอยู่กับงานด้วย”

เรื่องที่เขาบอกว่าเราหยิ่ง เราเชิด ไม่มีสัมมาคาราวะ เจอไม่ไหว้ เรารู้สึกอย่างไรบ้าง?
“หนูนี่แทบจะไหว้มาทุกคนแล้ว เราไม่ได้เป็นอย่างนั้น เราไม่ใส่ใจดีกว่าค่ะ”

เรื่องที่เขาโพสต์คือเราแย่ทุกเรื่องเลย?
“หนูก็โดนโพสต์แย่ๆ มาหลายเรื่อง หนูไม่ได้ทำหนูก็โดนตลอด”

แต่เห็นเราก็ไปคอมเมนต์ใต้โพสต์เขาด้วยว่า “เหรอคะ”?
“คือ เหรอคะ ในเชิงของตาลหมายถึงว่าจริงเหรอคะ แล้วที่แชร์โพสต์มาของตาล ตาลก็บอกว่าขอติดต่อกลับด้วยค่ะ เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องจริงมันต้องมีหลักฐานออกมาแล้ว”

ตอนนี้ยังสามารถร่วมงานกับห้องเสื้อนี้ได้อีกไหม?
“เอ่อ…ตอนนี้เราก็ไม่ได้มีโอกาสร่วมงานกันแล้วค่ะ แต่ถ้าวันหนึ่งมีโอกาสก็เรื่องงานคือเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว”

เราท้อไหมเจอข่าวไม่ดีตลอด?
“จริงๆ หนูควรชินไหม(หัวเราะ) จริงๆ หนูควรชินได้แล้วมากกว่า แต่ถามว่าท้อไหม
ไม่ท้อค่ะ เพราะว่าก่อนหน้านี้เราเคยท้อมามากๆแล้ว โดนมาสารพัด ตั้งๆที่เขายังไม่ได้ให้โอกาสให้เวลาเรา
แต่ในเมื่อตอนนี้เราได้พิสูจน์ให้เขาเห็นได้แล้ว เราต้องเดินหน้าต่อไป
เราไม่อยากจะกลับไปถอยหลังเพื่อคิดอะไรอยู่กับที่เหมือนเดิม ก็เลยคิดว่าปล่อยทุกอย่างไป
คิดว่ารอบข้างที่เขาอยู่กับเราเขาซัพพอร์ตเรา รักเราแค่นั้นพอ”

มีข่าวลบออกมาบ่อย มีผลกับเราอย่างไรบ้าง?
“มีผลนะคะ (รู้สึกว่างานน้อยลงบ้างไหม?) มันก็มีบ้าง เพราะว่า เขาก็จะพูดปากต่อปากว่าตาลเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ด้วยเวลาที่เราไปเจอเขา แล้วเขาเล่าให้เราฟัง เขาก็จะบอกว่าทำไมน้ำตาลไม่เห็นเป็นเหมือนที่ข่าวพูด
เราก็เลยรู้สึกว่ามันก็กระทบกับเราเหมือนกัน แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ เราต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นเวลาที่เราไปทำงานค่ะ ถามว่างานน้อยลงไหม มันก็มาเรื่อยๆ นะ แต่ช่วงนี้ตาลถ่ายละคร จันทร์-พุธ แล้วก็ต้องเรียน พฤหัส-ศุกร์ ด้วย เรื่องรับงานคือแคนเซิลไปเยอะมาก จนหลายคนก็ถามว่าทำไมไม่มีงานเลย แต่จริงๆ แล้ว เราแคนเซิลเพราะส่วนใหญ่เอาวันลาไปใช้กับงานที่นิวยอร์กหมดแล้ว ก็เลยไม่เป็นไร ถ่ายละครตรงนี้ให้เขาเห็นก่อน”

keyboard_arrow_up