เสพติด “ยาดม-ยาหม่อง” พฤติกรรมทำร้ายสุขภาพ-เสี่ยงโรคโดยใช่เหตุ

แม้จะขึ้นว่า “ยา” แต่หากใช้ไม่ถูกวิธีหรือผิดประเภทก็ย่อมก่อให้เกิดโรคได้ อย่างเช่น ยาดม-ยาหม่อง ยาสามัญประจำบ้านที่หาซื้อได้ง่าย ยิ่งผู้สูงอายุด้วยแล้วเรียกว่าพกติดกาย กันเหนียว กันเลยทีเดียว
แต่หากลองสังเกตุจะเห็นได้ว่าในช่วงอายุที่น่าจะห่างไกลจาก “ยาดม” แต่พวกเขากลับมีพกติดตัวราวกับเสี่ยงจะเป็นลม เวียนศีรษะทุกวัน

แบบนี้อาจเรียกได้ว่ามีพฤติกรรม “เสพติดยาดม” เข้าให้แล้ว ซึ่งหมอแล็บฯ ก็ได้ชี้ให้เห็นถึงโทษ
หากใช้งานบ่อยโดยไม่มีความจำเป็น

โดยส่วนใหญ่ ยาดม จะประกอบไปด้วย เมนทอล, การบูร, พิมเสน, น้ำมันหอมระเหย ซึ่งเมื่อสูดดมเอาน้ำมันหอมระเหยเข้าไปมากๆ จะทำให้เยื่อเมือกบุทางเดินจมูกเกิดการระคายเคืองได้ ส่วนเมนทอลหรือเกร็ดสาระแหน่มีฤทธ์เป็นยาชาเฉพาะที่แบบอ่อนๆ และเมื่อสูดดมเข้าไปมากๆ อาจบทำให้ปอดอักเสบได้อีกด้วย
ส่วนการะบูนและพิมเสน เมื่อสูดดมเข้าไปจะให้ความรู้สึกสดชื่น มีประโยชน์ทางยาก็คือใช้สูดดมแก้วิงเวียน ทาบริเวณเคล็ดขัดยอก ลดอาการบวมจากแมลงสัตว์กัดต่อย แต่หากใช้ไปนานๆ ก็อาจส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลางทำให้เกิดอันตรายได้

ภัยร้ายที่แฝงมากับยาดม ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะนอกจากจะทำร้ายจมูกและทางเดินหายใจแล้ว “ตับ”
ก็พลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย เพราะเมื่อร่างกายรับสารพิษเข้าไป ตับก็ต้องทำงานหนักขึ้น

สำหรับการใช้งานยาดม ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและถูกต้อง นั่นก็คือการแกว่งให้ห่างจากจมูกเล็กน้อยๆ
ไม่ใช่แหย่เข้าไปในรูจมูกแล้วสูดเข้าปอดแบบสุดแรง ผู้ป่วยที่เป็นไซนัสหรือโพรงจมูกอักเสบควรหลีกเลี่ยง
การใช้ยาดมเพราะจะยิ่งเพิ่มการระคายเคืองเข้าไปอีก และที่สำคัญ ไม่ควรใช้ยาดมร่วมกับผู้อื่น เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างมาก

นอกจากยาดมแล้ว อีกไอเทมที่สายสูดดมนิยมพกติดตัวก็คือ “ยาหม่อง” ซึ่งหมอแล็ปชี้ว่า
ไม่ควรนำมาดมอย่างยิ่ง เพราะวัตถุประสงค์ของมันคือ “ใช้ทาเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย” เท่านั้น
เพราะตัวยา Methyl Salicylate จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองบริเวณทางเดินหายใจของเราได้เช่นกัน

keyboard_arrow_up