‘เอ เชิญยิ้ม’ ขีดเส้นเดตไลน์ สาวโพสต์อ้างมีลูกด้วยรีบชี้แจงใน 1 สัปดาห์ ถ้ายังนิ่งเจอฟ้องแน่!!!

ส่อคดีพลิกซะแล้ว สำหรับเรื่องราวสับสนปนดราม่าที่เกิดขึ้นกับนักแสดงตลก “เอ เชิญยิ้ม”
ที่ถูกสาวปริศนาโพสต์ข้อความลงบนโซเชียล อ้างมีลูกด้วยกันแถมตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาหนุ่มเอ
ในฐานะ “พ่อ” ไม่เคยเหลียวแล ส่งเสียค่าเลี้ยงดูลูกเลย
ซึ่งข้อความดังกล่าวร้อนไปถึงหูภรรยาปัจจุบัน “แหม่ม รุ่งนภา” จึงได้มีการตอบโต้ด้วยข้อความกลับไปยังสาวปริศนา
ลั่นให้ติดต่อกลับมาพูดคุยกัน โดยตนและสามีพร้อมจะชดเชยให้และยินดีส่งเสียเลี้ยงดูเด็ก ซึ่งทางด้านหนุ่มเอ
ก็ได้เปิดใจกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี
ไปเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ตนไม่แน่ใจ ขอแบ่งรับแบ่งสู้ไว้ก่อน
โดยอาจจะเป็นไปได้เพราะก่อนหน้าที่จะมาอยู่กินฉันสามีภรรยากับคุณแหม่ม ตนเองเคยมีเรื่องสาวๆ บ้าง
โดยตนยินดีตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ แม้ผลออกมาแล้วจะใช่หรือไม่ใช่ลูก ตนและภรรยาก็ยินดีช่วยเหลือ

ล่าสุด “เอ เชิญยิ้ม” ได้ออกมาอัพเดทถึงความคืบหน้า
โดยระบุว่าตอนนี้ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่
จึงอยากให้สาวนิรนามคนดังกล่าวแสดงตัวออกมาเพื่อพิสูจน์ความจริงกันต่อไป
แต่ถ้าหากผ่านไป 1 อาทิตย์แล้วยังเงียบ
ตนก็จะขอเข้าแจ้งความเพื่อปกป้องชื่อเสียงของครอบครัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
เพราะเรื่องนี้ยอมรับว่าทางลูกทั้ง 2 คนได้รับผลกระทบจากสังคมรอบข้าง
พร้อมปัดมีปัญหากับผู้ใหญ่ใน เชิญยิ้ม ทำให้เจ้าตัวต้องเปลี่ยนไปใช้ชื่อในวงการว่า เอ ไมเนอร์แทน
ซึ่งหนุ่มเอก็ได้ชี้แจงว่า

จากเดิมใช้ “เอ เชิญยิ้ม” มาตลอด เล่นตลก แสดงละคร แต่ใช้ “เอ ไมเนอร์”
ตอนที่ตนเองทัวร์คอนเสิร์ตเป็นนักร้อง เพื่อให้คนฟังอินกับเพลง
เรา มีคนเข้าใจผิดคิดว่าเราจะไม่ใช้เชิญยิ้มอีกแล้ว ออกมาประกาศว่าตนเองนั้นตัดขาดกับเชิญยิ้ม
ซึ่งเป็นประเด็นที่ค่อนข้างกระทบกระเทือนจิตใจ ก็เลยออกมาชี้แจงว่าจริงๆ แล้ว
ไม่เคยคิดที่อยากจะตัดนามสกุลเชิญยิ้ม หรือว่าทรยศต่อนามสกุลนี้เลย ยืนยันยังใช้เอ เชิญยิ้มอยู่เหมือนเดิม
แค่เอ ไมเนอร์ เป็นบทบาทของการเป็นนักร้อง โดยเอไมเนอร์ เป็นคอร์ดของดนตรี

ส่วนประเด็นสาวนิรนามออกมาโพสต์แฉโดยอ้างว่ามีลูกกับผมนั้น ส่วนตัวผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
แต่คนรอบข้างและภรรยาผมติดใจกับคอมเม้นท์นี้ ภรรยาผมไม่เคยมาถามเรื่องนี้
ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงอย่างไร เพียงแต่เขาบอกว่า เรามาจับมือผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน เพื่อหาความจริงให้ได้ว่าเรื่องนี้มันเป็นอย่างไร ถ้าหากเป็นเรื่องจริงก็จะเป็นตามที่ภรรยาผมโพสต์ ก็คือรับผิดชอบลูกอีก 1 คน
ส่วนตัวไม่เห็นโพสต์ดังกล่าว มีคนมาถามผม ผมจึงถามภรรยาว่ามันเกิดอะไรขึ้น เธอก็อธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

สำหรับการควานหาตัวสาวมือโพสต์นั้น เอ บอกว่า
ผมก็ไม่รู้ว่าจะไปสืบหาจากตรงไหน ผมอยากให้คนที่โพสต์ออกมาคุยกันดีกว่า ออกมาพิสูจน์กันไปเลย
ถ้าคุณมั่นใจก็มาตรวจดีเอ็นเอกัน แต่ถ้ามันไม่ใช่เรื่องจริง เป็นการพิมพ์เล่นๆ เกรียนตามคีย์บอร์ด
ก็ช่วยออกมาชี้แจง มาขอโทษกันด้วย ไม่ใช่ขอโทษกับผมหรอก เพราะผมไม่ติดใจเรื่องนี้
แต่ขอโทษคนรอบข้าง ภรรยาของผม ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวผมอายุ 17 ปี แล้วก็ลูกชายผมอายุ 8 ขวบ
เขาได้รับผลกระทบ เพื่อนๆ เขามาถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น พ่อเธอไปไข่ทิ้งไว้เหรอ เธอมีน้องอีกหรอ
ซึ่งเรื่องนี้มันก็สร้างความเสียหายให้กับครอบครัวพอสมควร
เรื่องภาพลักษณ์ความศรัทธาในตัวพ่อเชื่อว่าพ่อเป็นคนรักเดียวใจเดียวมาตลอด
รักครอบครัวเป็น Family Man แต่ในเมื่อมีเรื่องแบบนี้ออกมา
ก็ไม่อยากให้มันจบแบบคาราคาซัง อยากให้คนที่โพสต์ออกมาครับ ช่วยออกมาชี้แจงด้วย
อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ หากว่าไม่ใช่เรื่องจริง การที่พิมพ์ว่าใคร ด่าใคร โดยที่ไม่คิดมันจะกระทบต่อจิตใจหรือสังคมอย่างไร เลิกทำเถอะครับ

ถามว่าเมื่อ 16 ปีที่แล้วมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหรือไม่ เจ้าตัวตอบว่า
ช่วงนั้นยังทำงานอยู่ในคาเฟ่
เจอกับผู้คนมากมาย ไปไหนมาไหนก็ยังไม่ได้ไปกับภรรยาคนนี้ เนื่องจากภรรยาเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน
ณ ตอนนั้นมันก็มีโอกาสที่จะไปเจอใครต่อใคร แต่ผมไม่อยากฟันธงว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมันมีความเป็นไปได้หรือไม่ได้ อยากให้คนที่โพสต์ออกมาก่อนดีกว่า ความจริงจะปรากฏ เพราะเรื่องนี้มันค่อนข้างจะเซนต์ซิทีฟกับครอบครัว
ของคนที่ติดตามข่าวด้วย คนที่เคยศรัทธาเราด้วย ว่าเอเป็นคนแบบนี้แล้วเหรอ มันกระทบกันไปหมด
ถ้าเกิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงแต่ผมไม่บอกว่ามันจริงเรามันจะยังไงล่ะ เลยอยากฝากผ่านสื่อตรงนี้
ให้คนที่โพสต์ออกมายอมรับเถอะครับ ถ้าเกิดมันไม่ใช่เรื่องจริงยังไง ผมก็พร้อมที่จะให้อภัย
ไม่ได้คิดที่จะอาฆาตอะไร แต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์ต่อเกรียนคีย์บอร์ด

หากเขาไม่ออกมา ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ก็คือไปลงบันทึกประจำวันแล้ว
ไปแจ้งความต่อพรบ.คอมพิวเตอร์
เรื่องที่เกิดขึ้นเราไม่ได้อาศัยกระแส เรื่องมาจากดาราลูกโผล่ เพื่อจะมาโปรโมทเพลงโปรโมทอะไร
ไม่อยากให้คนมองแบบนั้น หากเขาไม่ออกมา แล้วมีคนใดคนหนึ่งคิดว่านี่มันเป็นแผนโปรโมทเพลงหรือเปล่า
นั่นคือความเสียหายของพวกเราครับ ผมอยากจะบอกทุกคนตรงนี้เลยครับว่า
ผมคงไม่เอาสถาบันครอบครัวมาล้อเล่น ผมเชื่อว่าถ้าเพลงมันไม่ดี
เพลงมันไม่เพราะ ต่อให้คุณเอากระแสอะไรมา มันก็ไม่มีทางดีขึ้นมาได้ คนฟังสมัยนี้เขามีสมอง

ภาพ : IG achernyim
ภาพ : IG achernyim
ภาพ : IG achernyim

 

keyboard_arrow_up