พูดความจริงเถอะ! ‘โตโน่’ แนะ ‘ก้อง ห้วยไร่’ ผ่อนหนักเป็นเบาดราม่าเบี้ยวคอนเสิร์ต

จากกรณีผู้จัดคอนเสิร์ตที่ยุโรปหอบหลักฐานบินด่วนมายังเมืองไทย ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาท
จาก “ก้อง ห้วยไร่” เนื่องด้วยนักร้องหนุ่มเจ้าของเพลงฮิต “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” เบี้ยวคิวโชว์คอนเสิร์ต

ด้านหนุ่มก้องก็ได้ออกมาโต้ ระบุเป็นการผิดพลาดทางการสื่อสาร ชี้จากนี้เรื่องงานให้ติดต่อผ่านผู้จัดการส่วนตัวของตนโดยตรงเท่านั้น จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ตามต่อมาด้วยดราม่าเดือดปุดเมื่อ ตั้ม The Dust มือกลองของหนุ่ม “โตโน่ ภาคิน” ซึ่งไปเล่นคอนเสิร์ตดังกล่าวด้วย เกิดอาการปรี๊ดเมื่อเห็นการออกมาให้สัมภาษณ์ของหนุ่มก้อง เจ้าตัวเลยจัดการโพสต์ไอจีต่อว่า ลั่น! อย่าโยนความผิดให้คนอื่น ความจริงย่อมรู้ดีแก่ใจว่าตัวเองรับงานซ้อน

ล่าสุดทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ตามไปสอบถามข้อเท็จจริงอีกมุมหนึ่งจากปากหนุ่ม “โตโน่” ซึ่งเจ้าตัวชี้แจงว่า
“จริงๆ วงต้องไปทัวร์คอนเสิร์ตกันอยู่แล้ว แต่ว่าด้วยความที่เรารู้จักกันกับก้อง ก้องก็เป็นเพื่อนเรา เตะบอลด้วยกัน
พอเขาทราบ เขาก็อยากจะไปเที่ยวไปพักผ่อนด้วย เราก็บอกว่าโอเคเลย แล้วเราก็บอกกับทางผู้จัดการเราว่า
ก้องจะไปด้วย”

ในสัญญาคือมีก้องด้วย?
“ใช่ครับ ก็มีสัญญาหมดทุกอย่าง เราก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุที่เขามาไม่ได้”

ก่อนเดินทางเขาได้มาแจ้งไหมว่าไม่สะดวกไป?
“ไม่นะครับ มารู้อีกทีคือตอนเราไปยุโรปแล้ว คือผมไม่อยากจะพูดในเรื่องของรายละเอียด เพราะมันไม่ใช่เรื่องของผมกับวง จุดประสงค์ของผมและวงที่ไปเล่นคอนเสิร์ตก็เพื่อให้คนไทยในต่างแดนได้มีความสุข ในเรื่องของตัวเงิน
ไม่ได้เป็นประเด็นหลัก สำหรับตัวผมและก็วง แต่ปัญหาที่ก้องไม่ได้ทำตามสัญญากับผู้จัดฯ ให้ไปถามก้องกับทางผู้จัดฯดีกว่า จะฟ้องชนะหรือไม่ชนะ เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”

มือกลองของเราเป็นคนโพสต์ต่อว่าก้องด้วย?
“มันมีปัญหาตอนที่ก้องให้สัมภาษณ์ว่ามีอะไรให้ติดต่อผ่านผู้จัดการก้องอย่าผ่านคนอื่น ซึ่งคนอื่นในที่นี้
แปลได้หลายอย่าง แต่ถ้าหมายถึงพี่เมย์ผู้จัดการเรามันก็ไม่แปลก ที่มือกลองของผมจะออกมาปกป้องคนที่เขารัก
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องของหลักฐานก็ชัดเจน สิ่งที่เกิดขึ้นที่ต่างประเทศ สิ่งที่ก้องโทรมาปรึกษาผม คือสำหรับผมก้องก็เป็นเพื่อน สิ่งดีๆ ที่เราทำมาด้วยกันก็มีเยอะแยะ ในวันหนึ่งถ้าเพื่อนมันจะผิดจะพลาด มันก็ยังเป็นเพื่อนอยู่ดี ดังนั้นผมไม่อยากให้ประเด็นนี้ ต้องให้ผมมาตอบ มาวุ่นวาย เหตุผลที่ก้องไม่ไป ให้ไปถามกับเจ้าตัวดีกว่า
ส่วนตัวผมทำเต็มที่แล้ว รับผิดชอบในสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ สำหรับแฟนคลับก้องที่ไม่ได้เจอก้อง ผมก็พยายามทำให้เขามีความสุข”

ได้คุยกับก้องหรือยังตอนนี้?
“คุยตอนอยู่ที่เมืองนอก ว่าจะจัดการยังไงเมื่อก้องไม่ได้มา แต่ที่ก้องไม่มา ผมก็ไม่ได้ไปว่าเพื่อน สิ่งหนึ่งที่ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ไม่ว่าก้องจะทำพลาดหรือจะทำผิดยังไง สำหรับผมแล้ว มันก็คือเพื่อนผม ถ้าคนเราทำผิด สัมภาษณ์ออกมา ถ้าจะขอโทษอะไร คนไทยมันคุยกันได้อยู่แล้ว ไปคุยกันเอากับผู้จัดฯ ซึ่งผมคิดว่าคงคุยกันได้”

จะทำให้กระทบความสัมพันธ์เรากับก้องไหม “จริงๆ แล้วผมไม่รู้เรื่องด้วยนะ ว่าใครจะบินมาฟ้องใคร ตอนไหน ไม่รู้เรื่องเลย เรารู้แค่ที่เมืองนอกว่าเราต้องทำอะไรบ้าง เพราะรู้ก่อนแค่ 2 วัน ก่อนโชว์ ทั้งหมดมี 13 โชว์ มีก้อง 6 โชว์ เราโชว์มาแล้ว 7 โชว์ ที่เหลือต้องมีก้อง ตอนนั้นไม่ได้โฟกัสใครผิดใครถูก ทำไมก้องไม่รับผิดชอบ เราโฟกัสแค่ว่าเพื่อนมาไม่ได้ เราจะทำยังไงในการดูแลความรู้สึกแฟนคลับเขา เขาอาจเสียใจหรือผิดหวัง แต่ดูโชว์เราอาจจะทำให้มีความสุขขึ้น เพราะว่าเราเข้าใจถึงความยากลำบาก บางคนต้องบินมาสวีเดน บางคนจองตั๋ว จองที่พัก มันไม่เหมือนบ้านเรา สิ่งที่ก้องขอคำแนะนำตอนเกิดปัญหา เราก็บอกไปตรงๆ ว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็พูดไปตรงๆ ผิดก็รับผิดชอบไปว่าเราผิด ขอโทษมันเกิดจากคิวงานที่ชนกัน เกิดจากการรับงานซ้อนจากตัวของก้อง ก็ออกมาพูดตามที่เป็นจริง เราก็ขอโทษแฟนเพลงและผู้จัดฯ เราเชื่อว่าถ้าพูดด้วยความจริงใจ คนจะเข้าใจ ผู้จัดฯ จะได้ไม่เกิดความเสียหายว่ามาหลอกแฟนเพลง ส่วนตัวก้องก็ได้รับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในเรื่องของตัวเงิน ผู้จัดฯ จะฟ้องก้องเท่าไหร่ แล้วก้องไหวเท่าไหร่ คือสิ่งที่ต้องไปคุยกันเอา”

ถือว่าหนักเกินไปไหมกับวงเราที่ต้องรับผิดชอบ?
“สำหรับผมมันไม่หนัก การที่เราเล่นโชว์เพิ่มในช่วงเวลาที่ก้องต้องขึ้น มันก็จากเดิมที่เราเล่นแค่ 1 ชม. 15 นาที เป็น 1 ชม. 45 นาที แต่ที่วงเล่นเพิ่ม เราไม่ได้เรียกร้องอะไรจากทางผู้จัดฯ เลย ไม่ได้บอกเลยว่าต้องจ่ายเงินเพิ่ม
ส่วนในเรื่องปัญหาของก้องกับทางผู้จัดฯ ผมขอร้องว่าอย่าโยง เอาผม เอาวง เอาความตั้งใจดีๆ ไปเกี่ยวข้องในเรื่องของการฟ้อง ไม่ฟ้อง ฟ้องเท่าไหร่ ในสมัยนี้คนอาจจะมองว่าความจริงใจ ความรักในศักดิ์ศรีมากกว่าเงินทอง อาจจะมองว่าโง่ แต่ผมเป็นคนที่ถือเรื่องพวกนี้อยู่ ดังนั้นอย่าเอาผม วงผม ไปเกี่ยวข้องในเรื่องผลประโยชน์ของใคร หรือตัวเงินของใคร

อยากเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยไหม?
“มันไม่จำเป็น ไม่ใช่เรื่องของผมแล้ว เพราะเป็นทางก้อง ผู้ใหญ่ ทนาย ไปคุยกันเอา แล้วผมก็ไม่อยากให้แฟนๆ ไปด่าก้อง ผมเชื่อว่าก้องก็โตแล้ว ต้องมีวิธีรับมือ รับผิดชอบกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คำพูด ไม่ว่าจะทางผู้จัดฯ หรือทางก้อง มันมาส่งผลกระทบอะไรกับคนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย อันนี้ผมจำเป็นต้องออกมาพูด
แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น”

keyboard_arrow_up