“ตูน-ก้อย” โพสต์เศร้า หลังสุนัขตัวโปรด “สมคิด” จากไปเพราะอาการ “ฮีทสโตรก”

กลายเป็นเรื่องเศร้าหลังสงกรานต์ เมื่อ ก้อย – รัชวิน วงศ์วิริยะ หวานใจของ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย โพสต์เรื่องสุดเศร้าจากการสูญเสีย “สมคิด” สุนัขพันธุ์ French Bulldog ที่อยู่ด้วยกันมากกว่า 12 ปี จนเป็นเหมือนสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว ต้องมาจากไปเพราะอาการฮีทสโตรก เนื่องจากสภาพอากกาศที่ร้อนจัด โดย ก้อย- รัชวิน ได้เผยแพร่เรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Rachwin Journey โดยระบุข้อความ… เมื่อเช้านี้ก้อยได้ไปร่วมวิ่งในงาน #HotDogRun20019 งานวิ่งที่จัดขึ้นเพื่อคนรักสุนัข โดยรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายจะนำไปซื้อพัดลม และอุปกรณ์ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ให้กับเกาะสุนัข พุทธมณฑล แหล่งพักพิงสุดท้ายของสุนัขที่ถูกทอดทิ้งเป็นจำนวนหลายร้อยตัว ไม่รู้ว่ามันคือความบังเอิญหรือโชคชะตา สมคิด จากพวกเราไปด้วยอาการ Heat Stroke ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้บ่อยเมื่อเข้าหน้าร้อน และมักเกิดขึ้นกับสุนัขพันธุ์หน้าสั้นอย่างพันธุ์ของสมคิด นั่นคือ French Bulldog เช้านี้ตั้งใจวิ่งเพื่อสมคิด และนำเงินส่วนตัวไปบริจาคเพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกตัวอื่นๆ ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวที่บริเวณเกาะสุนัขระหว่างทางก็คิดถึงคิดตลอด เห็นภาพคิดมองก้อยตาแป๋ว ภาพตอนที่คิดเดินมาซุกชอบลอดใต้ขา แล้วก็ตอนคิดมาคอยนั่งรอต้อนรับทุกครั้ง เวลาเปิดประตูเข้ามาในบ้าน คงไม่ได้เห็นภาพนี้อีกแล้ว… ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาดีๆที่ได้รู้จักกันมาตลอดนะ ความตลกของคิดจะอยู่ในใจก้อยเสมอ เพราะสมคิดเป็นหมาตลกที่สร้างรอยยิ้มให้ผู้คนเสมอ เหรียญนี้เพื่อพี่คิดนะ […]

เตือนภัยคนรักสัตว์ กับผลของการพาสุนัขไปเดินเล่นบนพื้นร้อนๆ

อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าสภาพอากาศที่ร้อนเกินไปในนั้นผลกับร่างกายของคนเราอย่างมาก และบางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิต เพราะอาการฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือโรคลมแดดได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มแสดงอาการเมื่อต้องอยู่ในอุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส และจะเริ่มเป็นอันตรายต่ออวัยวะภายในเมื่อมีความร้อนมากกว่า 41 องศา (อ่านเพิ่ม้ติม : รับมืออาการ “ฮีทสโตรก” ภัยเงียบช่วงหน้าร้อน เมื่อเมืองไทยอุณหภูมิแตะ 40 องศาฯ) ไม่เพียงแต่คนเราที่เสี่ยงได้รับอันตรายจากอาการฮีทสโตรก เพราะบรรดาสัตว์เลี้ยงเองก็เสี่ยงต่ออาการแบบนี้เช่นกัน และที่สำคัญ…แม้เราจะพยายามไม่เสี่ยงให้สุนัขออกไปโดนแดด แต่การพาสุนัขออกไปเดินเล่นหลังแดดหุบก็ยังเป็นอันตรายต่อสุนัขได้ อย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับสุนัขตัวหนึ่งที่แม้เจ้าของจะพาออกมาเดินเล่นในช่วงที่ไม่มีแดดแล้ว แต่พื้นคอนกรีตที่ดูดซับความร้อนเอาไว้ตลอดทั้งวัน ก็รุนแรงพอจะทำให้อุ้งเท้าของสุนัขเป็นแบบนี้ได้ แม้กรณีนี้จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและเท้าของสุนัขยังไม่เสียหายมากนัก แต่นี่ก็เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าความร้อนนั้นอันตรายต่อสุนัขมากกว่าที่เราคิดมาก และถ้าอยากรู้ว่าพื้นนั้นร้อนเกินกว่าจะให้สุนัขออกไปยืนหรือเดินหรือไม่ ลองเอาหลังมือของคุณไปวางบนพื้นที่จะพาสุนัขไปเดินดูสิ เพราะถ้าหลังมือของคุณยังทนไม่ได้เกิน 5 วินาที เท้าของสุนัขก็ไม่มีทางทนได้ความร้อนนี้ได้เหมือนกัน

“สโตนเฮนจ์” กองหินมรดกโลกอายุกว่า 5,000 ปี และยังตั้งตระหง่านจนถึงทุกวันนี้

สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) เป็นอนุสรณ์สถานยุคก่อนประวัติศาสตร์ กลางทุ่งราบกว้างใหญ่บนที่ราบซอลส์บรี (Salisbury Plain) ในบริเวณตอนใต้ของเกาะอังกฤษ ซึ่งประกอบด้วยแท่งหินขนาดยักษ์จำนวน 112 ก้อน ตั้งเรียงกันเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง แท่งหินบางอันตั้งขึ้น บางอันวางนอนลง และบางอันก็ถูกวางซ้อนกัน นักโบราณคดีเชื่อว่ากลุ่มกองหินนี้ถูกสร้างขึ้นจากที่ไหนสักแห่งเมื่อประมาณ 3,000–2,000 ปีก่อนคริสตกาล กล่าวคือ การหาอายุจากคาร์บอนกัมมันตรังสีเมื่อ พ.ศ. 2551 เผยให้เห็นว่าหินก้อนแรกถูกวางตั้งเมื่อประมาณ 2,400 – 2,200 ปีก่อนคริสตกาล ในขณะที่ทฤษฎีอื่น ๆ ระบุว่ากลุ่มหินที่ถูกวางตั้งมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นถึง 3,000 ปีก่อนคริสตกาล นักวิทยาศาสตร์และนักประวัติศาสตร์ต่างสงสัยว่า คนในสมัยก่อนสามารถยกแท่งหินที่มีน้ำหนักกว่า 30 ตัน ขึ้นไปวางเรียงกันได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ปราศจากเครื่องทุ่นแรงอย่างที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน และบริเวณที่ราบดังกล่าวไม่มีก้อนหินขนาดมหึมานี้ ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่าผู้สร้างต้องทำการชักลากแท่งหินยักษ์ทั้งหมดมาจากที่อื่น ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจาก “ทุ่งมาร์ลโบโร” ที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร สโตนเฮนจ์และบริเวณโดยรอบได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1986 และยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางอีกด้วย อีกทั้งสโตนเฮนจ์ก็มีการซ่อมแซมอยู่เป็นระยะๆ เพื่อให้กองหินกลุ่มนี้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะนับจากมีการค้นพบ […]

งานจบคนไม่จบ!! คนไทยทะเลาะวิวาทในงานสงกรานต์ที่ไต้หวัน

เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ หนุ่ม สมนิยาม ได้โพสต์คลิปจำนวน 3 คลิปบรรยากาศการจัดเทศกาลสงกรานต์บริเวณลานหน้าที่ทำการนครนิวไทเป ตรงข้ามสถานีรถไฟปั่นเฉียว ซึ่งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทก่อความวุ่นวายของคนไทยกลุ่มหนึ่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ของไต้หวันเป่านกหวีดเพื่อห้ามปรามเหตุ และมีคนไทยด้วยกันพยายามดึงรั้งตัวและห้ามไว้ พร้อมกับระบุข้อความว่า “งานจบแล้วแต่พี่น้องคนไทยมาทำงานที่ไต้หวันไม่จบครับตีกันเลยงานนี้” ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อชาวไทยที่อยู่ในต่างประเทศ งานจบแล้วแต่พี่น้องคนไทยมาทำงานที่ไต้หวันไม่จบครับตีกันเลยงานนี้ โพสต์โดย หนุ่ม สมนิยาม เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2019

อย่าแชร์มั่ว!! เพจดังชี้โพสต์อ้างญี่ปุ่นปักธงชาติประณามคนไทย ไม่ใช่เรื่องจริง

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์รูปภาพที่อ้างว่าเป็นกองขยะฝีมือคนไทย และมีคนญี่ปุ่นที่ไม่พอใจนิสัยทิ้งขยะ ได้นำธงชาติมาปักประณามบนกองขยะ พร้อมกับระบุข้อความว่า “คนไทยไปทิ้งขยะไว้ข้างถนนที่ญี่ปุ่น เขาเลยปักธงประจาน อายกันไหม” จนถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงนิสัยไม่พึงประสงค์ของคนไทยในต่างแดนอย่างกว้างขวาง แต่ขณะเดียวกันก็มีการตั้งคำถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงตามที่ผู้โพสต์ได้เผยแพร่ออกมาหรือไม่ คนไทยไปทิ้งขยะไว้ข้างถนนที่ญี่ปุ่น เขาเลยปักธงประจาน อายกันไหม โพสต์โดย สุดสายธรรม หลิมกำเหนิด เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2019 อย่างไรก็ตาม ต่อมาเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง drama-addict ได้แชร์ภาพจากสถานที่จริง โดยเข้าไปดูผ่านทางกูเกิ้ลแมพ ในสถานที่ดังกล่าว พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นร้านอาหารที่ขายอาหารไทย อาหารอินเดีย และบริเวรดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่มีการปักธงชาติ อยู่ก่อนแล้ว โดยสังเกตได้จากฐานธงชาติที่มีอยู่สองอัน พร้อมกับให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า… อันนี้คนแชร์ไปเยอะ ก่อนจะมีดราม่าระหว่างประเทศ ไปดูพิกัดในกูเกิ้ลแมปกันได้ตามนี้ พิกัด https://maps.app.goo.gl/HqJp8amZd5C85dML8 มีภาพสตรีทวิวให้ดูด้วย คือตรงนั้นมีธงชาติไทยปักไว้นานแล้ว เพราะตรงนั้น คือร้านอาหารไทยอินเดีย ไม่ใช่ว่าเขาปักประจานคนไทยแต่ประการใด แต่คงมีคนเอาขยะไปวางตรงนั้นเพราะนึกว่าเป็นที่ทิ้งขยะมากกว่า ไม่มีไรดราม่าเลย จบข่าว อันนี้คนแชร์ไปเยอะ ก่อนจะมีดราม่าระหว่างประเทศไปดูพิกัดในกูเกิ้ลแมปกันได้ตามนี้ พิกัด… โพสต์โดย Drama-addict เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน […]

พายุลูกเห็บพัดถล่มอมก๋อย ขาวโพลนรอบด้านจนคิดว่าหิมะตก

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pooklook Cheeraphon ได้เผยแพร่รูปภาพของลูกเห็บจำนวนมากที่พัดถล่มในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ทำให้เกิดลมกระโชกแรงและฝนตกหนัก จนกระทั่งเกิดเป็นลูกเห็บขนาดเล็กตกลงมาในพื้นที่จนข่าวโพลนไปทั่วบริเวณ ทั้งนี้ ลูกเห็บ เป็นก้อนน้ำลักษณะเหมือนน้ำแข็ง เป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรของน้ำ โดยตกลงมาจากบรรยากาศในรูปของแข็ง โดยจะมีรูปร่างเป็นก้อนน้ำแข็งรูปร่างไม่แน่นอน เกิดจากละอองหยาดฝนซึ่งเย็นแบบยิ่งยวด (ยังอยู่ในสภาพของเหลวที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง) ในเมฆฝน ปะทะกับวัตถุแข็ง เช่น ผงฝุ่น หรือ ก้อนลูกเห็บที่เกาะตัวอยู่ก่อนแล้ว และแข็งตัวเกาะรอบวัตถุนั้น ๆ เป็นก้อนลูกเห็บ ก้อนลูกเห็บนี้อาจลอยตัวก่อเป็นก้อนอยู่เบื้องบนเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนจะตกลงมา เนื่องจากลมที่พัดพาอยู่เบื้องบน ดังนั้นลูกเห็บอาจเกาะตัวจนเป็นก้อนใหญ่มีน้ำหนักเกินกว่าที่ลมจะพัดให้ลอยอยู่ได้และตกลงมา ฝนลูกเห็บมักจะมากับ พายุฝนที่รุนแรง และมักจะมีอากาศเย็น โดยที่อุณหภูมิของชั้นอากาศที่อยู่สูงนั้นเย็นกว่าอากาศที่อยู่ต่ำมาก ลูกเห็บขนาดเล็กจะถูกพัดพาสะท้อนขึ้นลงอยุ่ระหว่างชั้นบรรยากาศที่อากาศเย็นและร้อน เนื่องจากการลอยตัวขึ้นของอากาศร้อนและแรงดึงดูดของโลก ลูกเห็บที่ลอยตัวอยู่นานก็จะมีขนาดใหญ่ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ลูกเห็บขนาดใหญ่ก็อาจเกิดขึ้นได้ในเขตที่มีอากาศร้อน เนื่องมาจากการลอยตัวขึ้นที่รุนแรงของอากาศร้อน และยังสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงฤดูร้อนอีกด้วย ลูกเห็บตกบ้านฉัน โพสต์โดย Pooklook Cheeraphon เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2019

“พระชฎามหากฐิน” พระชฎาในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๖

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๖ พ.ศ. ๒๔๕๓ พระองค์ทรง พระชฎามหากฐิน เมื่อเสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ให้ฝ่ายในเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายชัยมงคล [ไช-ยะ-มง-คน] ดังจดหมายเหตุมีข้อความว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระชฎามหากฐินทรงพระแสงขรรค์เนาวโลห [พฺระ-แสง-ขัน-เนา-วะ-โล-หะ] เสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ประทับพระที่นั่งภัทรบิฐ [พฺระ-ที่-นั่ง-พัด-ทฺระ-บิด] พระบรมวงศานุวงศ์ข้าทูลลอองธุลีพระบาทฝ่ายในเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสมรรัตน์สิริเชษฐ [กฺรม-มะ-หฺลวง-สะ-หฺมอน-รัด-สิ-หฺริ-เชด] กราบบังคมทูลถวายไชยมงคล [ไช-ยะ-มง-คน] แทนพระบรมวงศานุวงศ์ข้าทูลละอองธุลีพระบาทฝ่ายใน” รัชกาลที่ ๖ ทรงพระราชนิพนธ์ถึงพระชฎามหากฐินซึ่งพระองค์โปรดให้สร้างว่า “ชฎามหากะฐินยอดเดิมนั้นไม่รับกับหัว, และพระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ต้องทรงทำของพระองค์เองขึ้นใหม่, ซึ่งใช้ทรงตลอดพระชนมายุ และเมื่อสวรรคตก็ทรงพระบรมศพในพระโกษฐ์ไปจนถึงกำหนดจะถวายพระเพลิงจึ่งเปลื้องออก” ที่มา – พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ที่นี่

“พระชฎามหากฐิน” พระชฎาที่ทรงเมื่อเสด็จไปถวายผ้าพระกฐิน

คำว่า ชฎา มาจากคำภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตว่า ชฏา [ชะ-ตา] ซึ่งแปลว่า ผมที่ขมวดเกล้าสูงขึ้น พระชฎาเป็นเครื่องราชศิราภรณ์อย่างหนึ่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงอธิบายเกี่ยวกับชฎาและพระชฎามหากฐินไว้ว่า ชฎา เกิดแต่ผ้าโพก ส่วน พระชฎามหากฐิน หมายถึง พระชฎาที่มักทรงเมื่อเสด็จไปถวายผ้าพระกฐิน ตามหนังสือราชูปโภคและพระราชฐาน พระชฎามหากฐินเป็นคำเรียกพระชฎาห้ายอดอย่างสามัญ ทำด้วยทองลงยาประดับเพชร ปลายเป็น ๕ ยอด มีกรรเจียกและใบสน หรือปักขนนกวายุภักษ์ สร้างในรัชกาลที่ ๑ องค์ ๑ และรัชกาลที่ ๕ โปรดให้สร้างองค์ ๑ มีชื่อว่า พระมหาชมพู เพราะลงยาสีชมพูทั้งองค์ ต่อมารัชกาลที่ ๖ และรัชกาลที่ ๗ โปรดให้สร้างอีกรัชกาลละ ๑ องค์ ที่มา – พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ที่นี่

“นกชาปีไหน” ญาติสนิทของนกโดโดที่สูญพันธุ์ไปแล้ว และยังพบได้ในประเทศไทย

นกชาปีไหน หรือ นกกะดง (Nicobar pigeon, Nicobar dove) เป็นนกชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในวงศ์นกพิราบและนกเขา (Columbidae) นับเป็นนกเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่ยังคงดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ในสกุล Caloenas ในขณะที่ชนิดอื่น ๆ สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว โดยมีความใกล้ชิดกับนกโดโดที่สูญพันธุ์ไปแล้วด้วย นกชาปีไหน มีขนาดลำตัวเท่าๆ กับไก่แจ้ มีขนาดเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 40-41 เซนติเมตร มีลำตัวขนาดใหญ่ แต่มีหัวขนาดเล็กและมีเนื้อนูนเป็นตุ่มบริเวณจมูก ขนตามลำตัวเป็นสีเขียวเหลือบเทา ขนหางสีขาว แต่จะมีขนบริเวณคอห้อยยาวออกมาเหมือนสร้อยคอ ซึ่งขนนี้จะยาวขึ้นเมื่อนกมีอายุมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีขาขนาดใหญ่แข็งแรง เพราะเป็นนกที่ชอบเดินหากินตามพื้น สีของมันน่าจะมีไว้เพื่อดึงดูดตัวเมีย นกชาปีไหน แม้จะเป็นนกที่หากินบนพื้นดินเป็นหลัก แต่ก็เป็นนกที่สามารถบินได้ มีรายงานว่าสามารถบินข้ามไปมาระหว่างเกาะต่าง ๆ ได้ เป็นนกที่หากตกใจจะบินหรือกระโดดขึ้นบนต้นไม้ โดยพบกระจายพันธุ์เฉพาะหมู่เกาะต่าง ๆ บริเวณทะเลอันดามันและอินโด-แปซิฟิก เช่น หมู่เกาะนิโคบาร์, หมู่เกาะอันดามัน, หมู่เกาะโซโลมอนและปาเลา ในประเทศไทยจัดเป็นนกที่หาได้ยากมากชนิดหนึ่ง โดยจะอาศัยอยู่ในป่าดิบหรือป่าชายหาดของหมู่เกาะสิมิลัน, หมู่เกาะสุรินทร์ หรือหมู่เกาะอ่างทอง รวมถึงอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เท่านั้น ปัจจุบันนกชาปีไหนถูกจัดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักรราช 2535 แม้จะสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้แล้วโดยทางการของไทย […]

“พ่อโจ” ยันไม่เห็นด้วยลูกชายคอมเมนท์เดือด ย้ำใช้หลัก “ความถูกต้อง-โปร่งใส” มาตลอดชีวิต

กรณีที่ จิรายุส วรรธนะสิน หรือ โจ นูโว ศิลปิน-นักแสดง เข้ามาตอบคอมเมนต์ข่าวที่ ยุทธนา มุกดาสนิท ผู้กำกับภาพยนตร์ แชร์เกี่ยวกับ รองศาสตราจารย์ ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ คุณพ่อจอห์น วิญญู ดีเจ พิธีกร และนักแสดงคนดัง โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ใจความว่า “เคยทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติบ้าง” พร้อมบอกว่า พ่อตนเอง (เจริญ วรรธนะสิน) เคยรับใช้ชาติ เป็นแบดมินตันทีมชาติไทยไประดับโลก และทำงานเสียภาษี จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง (อ่านเพิ่มเติม : บก. ลายจุด แซะกลับ “โจ นูโว” หลังโพสต์จวกพ่อจอห์น วิญญู / พ่อจอห์น วิญญู โพสต์ตอบแล้ว หลังนักร้องวงดังถาม “ทำประโยชน์อะไรให้ประเทศบ้าง”!?) ล่าสุดทวิตเตอร์ @Charoen_online ของนายเจริญ วรรธนะสิน พ่อของโจ นูโว อดีตนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ได้ทวีตข้อความว่า… ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการแสดงความคิดเห็นของโจ เพราะทำให้หลายฝ่ายเกิดความไม่สบายใจ […]

หากลักลอบค้า “ตัวนิ่ม” จะต้องเผชิญโทษทางกฎหมายอย่างไร!?

อีกหนึ่งสัตว์ป่าที่พบเห็นบนหน้าสื่ออยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากปัญหาการลักลอบล่าและค้าอวัยวะสัตว์ป่า นั่นคือ ตัวนิ่ม (Pangolin) หนึ่งในสัตว์ป่าที่ สหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (The World Conservation Congress) หรือ IUCN จัดให้อยู่ในบัญชีสีแดง เพราะมันถูกคุกคามอย่างหนักจนเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ เนื่องจากความเชื่อในเรื่องยาอายุวัฒนะที่อยู่ในเกล็ดของมัน และเนื้อที่เชื่อว่ามีสรรพคุณเสริมพลังทางเพศ ทำให้ตัวนิ่มจำนวนมากถูกล่าจากหลายพื้นที่ เพื่อนำไปขายในตลาดมืดทั่วโลก ซึ่งมีแหล่งรับซื้อใหญ่อยู่ที่ประเทศจีนและเกาหลี โดยในปี ค.ศ. 2013 เคยมีการยึดซากและชิ้นส่วนของตัวนิ่มจากเรือบรรทุกจีนที่เกยตื้นในฟิลิปปินส์ได้ถึง 11 ตัน นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่ามนุษย์นั้นล่าตัวนิ่มมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว โดยมีหลักฐานเป็นชุดเกราะที่ทำจากเกล็ดของตัวนิ่มทั้งชุด ซึ่งถูกทำขึ้นเพื่อถวายให้กับพระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร เมื่อปี ค.ศ.1820 ด้วย ปัจจุบัน ตัวนิ่มชวา (M. javanica) ที่พบได้ในแถบภาคใต้ของประเทศ จัดเป็นตัวนิ่มที่ถูกคุกคามจากการล่ามากที่สุด จนกลายเป็นสัตว์หายาก เพราะมีรายการสั่งซื้อเข้ามาเรื่อยๆ แถมยังมีราคาขายสูงถึงกิโลกรัมละ 2,000-3,000 บาท หรืออาจมีราคาสูงถึง 3,500 บาท สำหรับตัวนิ่มขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม การค้าตัวนิ่มไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของซาก นิ่มที่ยังมีชีวิต หรืออวัยวะบางส่วนของตัวนิ่ม ก็นับเป็นสิ่งผิดกฎหมาย […]

Green Sea Slug สัตว์ไร้กระดูกสันหลังที่สามารถ “สังเคราะห์แสง” ได้เหมือนกับพืช

อีกหนึ่งกลยุทธ์การเอาตัวรอดที่สัตว์น้อยชนิดนักจะสามารถทำได้ นั่นการปรับตัวให้สามารถสร้างอาหารเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรที่โลกมอบให้ และนั่นคือความพิเศษของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า Green Sea Slug ทากทะเลที่มีหน้าตาและสีสันเหมือนกับใบไม้ แถมในร่างกายของมันยังประกอบด้วยสาหร่ายสีเขียวจำนวนมาก จนสามารถสังเคราะห์แสงเพื่อผลิตน้ำตาลที่เป็นพลังงานให้กับร่างกาย แถมยังมีปริมาณมากพอที่จะทำให้พวกมันไม่ต้องกินอาหารได้นานนับเดือน อย่างไรก็ตาม พลังงานที่ได้จากการสังเคราะห์แสงนี้ก็เพียงพอแค่ให้มันมีชีวิตได้เท่านั้น แต่ไม่มากพอจะทำให้มันขยายพันธุ์ได้ อีกทั้งการจะสังเคราะห์แสงได้นั้น พวกมันต้องอยู่ในจุดที่น้ำตื้นและมีความใสของน้ำระดับหนึ่ง ซึ่งปกติพื้นที่แบบนี้ก็มักมีทั้งอาหารที่พวกมันกินอยู่แล้ว แต่ถึงโอกาสในการสังเคราะห์แสงของมันจะมีน้อย หรือถูกนำมาใช้เมื่อสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการหาอาหารตามปกติ แต่สีเขียวบนร่างกายของมันก็ช่วยในการพรางตัวตามกองหินได้เป็นอย่างดีเช่นกัน ที่มา – boredomtherapy.com

แจ้งปิดการจราจร 40 เส้นทาง เพื่อซักซ้อมงานพระราชพิธีฯ วันที่ 21 เม.ย.

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. ขอประชาสัมพันธ์ข่าวสารด้านการจราจร กรณีจะทําการปิดการจราจรจํเพื่อซักซ้อมการปฏิบัติการ รักษาความปลอดภัยและการจราจรในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 2562 ตั้งแต่ เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะเปิดการจราจรได้ตามปกติในเวลาประมาณ 21.30 น. โดยมี รายละเอียดถนนที่ปิดการจราจรจํานวน 40 เส้นทาง ได้แก่ 1. ถนนหน้าพระลาน ตลอดสาย 2. ถนนหน้าพระธาตุ ตลอดสาย 3. ถนนราชดําเนินใน (จากแยกผ่านพิภพ ถึง แยกป้อมเผด็จฯ) 4. ถนนสนามไชย (จากแยกป้อมเผด็จ ถึงแยกตัดถนนพระพิพิธ) 5. ถนนหับเผย 6. ถนนหลักเมือง 7. ถนนกัลยาณไมตรี 8. ซอยสราญรมย์ 9. ถนนพระจันทร์ ตลอดสาย 10. ถนนมหาราช […]

“สิบสองพระกำนัล” นางพระกำนัลที่มีหน้าที่รับใช้พระมหากษัตริย์ 12 ตำแหน่ง

สิบสองพระกำนัล หมายถึง นางพระกำนัลที่มีหน้าที่รับใช้พระมหากษัตริย์ มี ๑๒ ตำแหน่ง ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์มีการถวายสิบสองพระกำนัล ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑ ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี [เจ้า-พฺระ-ยา-ทิ-พา-กอ-ระ-วง-มะ-หา-โก-สา-ทิ-บอ-ดี] มีข้อความว่า “ แล้วเสด็จกลับขึ้นพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน [จัก-กฺระ-พัด-พิ-มาน] เสด็จนั่งเหนือพระภัทรบิฐ [พฺระ-พัด-ทฺระ-บิด] ท้าววรจันทร์ กราบทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้า ท้าววรจันทร์ ขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวาย [ทูน-เกฺล้า-ทูน-กฺระ-หฺม่อม-ถะ-หฺวาย]พระสนม ๑๒ พระกำนัล แด่พระบาทสมเด็จบรมนารถบรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัว [พฺระ-บาด-สม-เด็ด-บอ-รม-มะ-นาด-บอ-รม-มะ-บอ-พิด] ขอเดชะ ๚” วรรณคดีกาพย์ขับไม้เรื่องพระรถ กล่าวถึงหน้าที่ของสิบสองพระกำนัลไว้ เช่น กำนัลพระขันหมาก กำนัลน้ำเสวย กำนัลพัชนี กำนัลพระมาลา ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้งดการถวายสิบสองพระกำนัลในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก [บอ-รม-มะ-รา-ชา-พิ-เสก] ที่มา – พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ที่นี่    

“พ่อโจ” ทวิตโต้โซเชียล “ถ้าคนชั่วด่าเราต้องภูมิใจ” เผยกำลังให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการ

กรณีที่ จิรายุส วรรธนะสิน หรือ โจ นูโว ศิลปิน-นักแสดง เข้ามาตอบคอมเมนต์ข่าวที่ ยุทธนา มุกดาสนิท ผู้กำกับภาพยนตร์ แชร์เกี่ยวกับ รองศาสตราจารย์ ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ คุณพ่อจอห์น วิญญู ดีเจ พิธีกร และนักแสดงคนดัง โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ใจความว่า “เคยทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติบ้าง” พร้อมบอกว่า พ่อตนเอง (เจริญ วรรธนะสิน) เคยรับใช้ชาติ เป็นแบดมินตันทีมชาติไทยไประดับโลก และทำงานเสียภาษี จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง (อ่านเพิ่มเติม : บก. ลายจุด แซะกลับ “โจ นูโว” หลังโพสต์จวกพ่อจอห์น วิญญู / พ่อจอห์น วิญญู โพสต์ตอบแล้ว หลังนักร้องวงดังถาม “ทำประโยชน์อะไรให้ประเทศบ้าง”!?) ล่าสุดทวิตเตอร์ @Charoen_online ของนายเจริญ วรรธนะสิน พ่อของโจ นูโว อดีตนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ได้ทวีตข้อความในช่วงที่ผ่านมาเกี่ยวกับประเด็นดราม่าดังกล่าวโดยมีทวิตหนึ่งระบุว่า “ถ้าคนดีด่าว่าเรา เราต้องรีบสำรวจตัวเอง […]

โซเชียลผุดแฮชแท็ก #SafeJoeNuvo หลังเปิดวิวาทะพ่อจอห์น วิญญู

กรณีที่ จิรายุส วรรธนะสิน หรือ โจ นูโว ศิลปิน-นักแสดง เข้ามาตอบคอมเมนต์ข่าวที่ ยุทธนา มุกดาสนิท ผู้กำกับภาพยนตร์ แชร์เกี่ยวกับ รองศาสตราจารย์ ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ คุณพ่อจอห์น วิญญู ดีเจ พิธีกร และนักแสดงคนดัง โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ใจความว่า “เคยทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติบ้าง” พร้อมบอกว่า พ่อตนเอง (เจริญ วรรธนะสิน) เคยรับใช้ชาติ เป็นแบดมินตันทีมชาติไทยไประดับโลก และทำงานเสียภาษี จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง (อ่านเพิ่มเติม : บก. ลายจุด แซะกลับ “โจ นูโว” หลังโพสต์จวกพ่อจอห์น วิญญู / พ่อจอห์น วิญญู โพสต์ตอบแล้ว หลังนักร้องวงดังถาม “ทำประโยชน์อะไรให้ประเทศบ้าง”!?) ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่าได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Walanrat Sittisawat ได้สร้างแฮชแท็ก #SafeJoeNuvo พร้อมกับระบุข้อความว่า “เซฟพี่โจนูโว.. ประชาชนของพระราชา” ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจและแชร์โพสต์ดังกล่าวออกไปเป็นจำนวนมาก […]

สีบนสายคาดเอว “ยูโด” มีความหมายอย่างไร และบ่งบอกถึงอะไร

ยูโด เป็นศิลปะการป้องกันตัวประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น โดยคะโน จิโงะโร ซึ่งมีชื่อเต็มว่า โคโดกัง ยูโด เดิมเรียกว่า ยูยิสสู เป็นวิชาที่สามารถต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีอาวุธด้วยมือเปล่า ยูโดในปัจจุบันเป็นกีฬาสากลประเภทบุคคล มีหลักการและวัตถุประสงค์คือ มุ่งบริหารร่างกายและจิตใจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้แรงให้น้อยที่สุด เพื่อสวัสดิภาพและประโยชน์สุขร่วมกัน การฝึกยูโดต้องมีการฝึกการต่อสู้และป้องกันตัว ก็เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกได้ออกแรง ซึ่งเป็นหนทางก่อให้เกิดสมรรถภาพทางกายตามอุดมคติของท่านคะโน จิโงะโร ผู้ให้กำเนิดกีฬาประเภทนี้ว่า “Maximum Efficiency with minimum Effort and Mutual Welfare and Benefit” คือยูโดใช้วิธีการโอนอ่อนผ่อนตาม หรือที่เรียกว่า “ทางแห่งความสุภาพ” “Gentleness or soft way” ทำให้ได้เปรียบแก่ผู้ที่มีกำลังมากกว่า เป็นวิธีการที่ทำให้คนตัวเล็กกว่าน้ำหนักน้อยกว่าและกำลังด้อยกว่า สามารถต่อสู้กับผู้ที่อยู่ในลักษณะเหนือกว่าได้ ระดับความสามารถมาตรฐานของนักยูโดทั้งสองเพศ (ชาย-หญิง) ได้ถูกกำหนดขึ้นโดยมีสีของสายคาดเอวเป็นเครื่องหมาย ระดับความสามารถมาตรฐานดังกล่าวแบ่งออกได้เป็น 2 ระดับใหญ่ คือ 1. ระดับคิว (Kyu) คือระดับก่อนสายดำที่อาจเรียกว่า นักเรียน 2. ระดับดั้ง (Dan) […]

“แบดมินตัน” กีฬามีประโยชน์ แต่ยังไม่ปรากฏความเป็นมาที่ชัดเจน

แบดมินตัน (Badminton) เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ที่ใช้ไม้ตีลูก ลูกสำหรับใช้ตีนั้น เรียกกันมาช้านานว่า “ลูกขนไก่” เพราะสมัยก่อนกีฬานี้ใช้ขนของไก่มาติดกับลูกบอลทรงกลมขนาดเล็ก ปัจจุบันลูกขนไก่ผลิตจากขนเป็ดที่คัดแล้ว ลูกบอลทรงกลมขนาดเล็กที่ทำเป็นหัวลูกขนไก่ทำด้วยไม้คอร์ก กีฬาแบดมินตันมีความเป็นมาจากหลักฐานต่าง ๆ จะสามารถบ่งบอกที่มาของกีฬาประเภทนี้ไว้ที่หลายยุค เช่น… ในจีนช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 มีภาพวาดเก่า ๆ ซึ่งบ่งบอกว่ามีการใช้ขนไก่มาทำเป็นลูกขนไก่ใช้ในการเล่น ซึ่งตอนนั้นจะใช้เท้าเตะกัน 2 คนหรือจะตั้งวงกัน 3-4 คน คริสต์ศตวรรษที่ 13 ชาวอินเดียแดงในอเมริกาตอนใต้ ใช้ขนนกหรือขนไก่ผูกติดกับลูกกลมโดยลูกบอลกลมนั้นใช้หญ้าฟางพันขมวดเข้าด้วยกัน และให้ขนไก่ชี้ไปทางเดียวกันและเวลาเล่นใช้มือจับลูกขนไก่นั้นปาใส่ผู้เล่นคนอื่น ๆ ให้ช่วยกันจับ ตลอดช่วงเวลาที่กล่าวมานี้ ยังไม่มีการใช้แร็กเกต หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ตีปะทะลูกขนไก่ แต่ใช้มือ หรืออวัยวะอื่น ๆ แทน คริสต์ศตวรรษที่ 14 ชาวญี่ปุ่นได้มีการใช้ขนไก่ หรือขนนกเสียบผูกติดกับหัวไม้ และใช้ไม้ตีลูกขนไก่นั้น โดยไม้ที่ใช้ตีทำมาจากไม้กระดาน ตีลูกขนไก่ไปมานับว่าเป็นวิวัฒนาการในรูปลักษณ์ของการเล่นแบดมินตันที่ใกล้เคียงกับยุคปัจจุบันมากที่สุด โดยมีการใช้แร็กเกตตีลูกขนไก่แทนการใช้อวัยวะของร่างกาย ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในแถบยุโรปมีการเขียนภาพสีน้ำมันถึงการเล่นกีฬาแบดมินตันในราชสำนักต่างๆ พระราชินีคริสตินาแห่งสวีเดนทรงจำลองไม้แบดมินตันมาจากแร็กเกตในกีฬาเทนนิส และใช้ขนไก่หรือขนนกเสียบติดกับหัวไม้ก๊อก ส่วนเจ้าฟ้าชายเฟรดเดอริค มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก […]

keyboard_arrow_up