“พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร” ฉัตร 9 ชั้น เครื่องราชกกุธภัณฑ์ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ที่มา – พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เป็นฉัตร ๙ ชั้น เดิมหุ้มด้วยผ้าตาด รัชกาลที่ ๔ โปรดให้เปลี่ยนเป็นผ้าขาวมีระบาย ๓ ชั้น ขลิบทองแผ่ลวดห้อยอุบะจำปาทอง ยอดฉัตรรูปแหลมทรงเจดีย์ สำหรับปักกางกั้นเหนือพระราชบัลลังก์ตามราชประเพณี ถือเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ [เคฺรื่อง-ราด-ชะ-กะ-กุด-ทะ-พัน] สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นๆ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับน้ำอภิเษก ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ [อัด-ถะ-ทิด-อุ-ทุม-พอน-ราด-ชะ-อาด] พระราชครูพราหมณ์เชิญพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร [พฺระ-นบ-พะ-ปะ-ดน-มะ-หา-สะ-เหฺวด-ตะ-ฉัด] ขึ้นน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย แล้วเจ้าหน้าที่เชิญตามเสด็จไปยังพระที่นั่งภัทรบิฐ [พัด-ทฺระ-บิด] เพื่อทรงรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ [เคฺรื่อง-ราด-ชะ-กะ-กุด-ทะ-พัน] เครื่องขัตติยราชวราภรณ์ [เคฺรื่อง-ขัด-ติ-ยะ-ราด-ชะ-วะ-รา-พอน] และเครื่องขัตติยราชูปโภค [เคฺรื่อง-ขัด-ติ-ยะ-รา-ชู-ปะ-โพก] แสดงความเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตรกางกั้นเหนือพระแท่นบรรทมในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน [จัก-กฺระ-พัด-พิ-มาน] และกางกั้นเหนือพระราชบัลลังก์ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย [อำ-มะ-ริน-วิ-นิด-ไฉ] พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และพระที่นั่งอนันตสมาคม คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ที่นี่

“ฉัตร” หนึ่งในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ที่มา – พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ ฉัตร คือเครื่องกั้น มีลักษณะเป็นร่มซ้อนชั้นและมีระบายเป็นหนึ่งในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ [เคฺรื่อง-เบน-จะ-ราด-ชะ-กะ-กุด-ทะ-พัน] ตามที่เข้าใจกันมา ฉัตร ๙ ชั้นสำหรับพระมหากษัตริย์ ฉัตร ๗ ชั้นสำหรับพระมหาอุปราช ฉัตร ๕ ชั้นสำหรับเจ้านาย อย่างไรก็ดี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ [เจ้า-ฟ้า-กฺรม-พฺระ-ยา-นะ-ริด-สะ-รา-นุ-วัด-ติ-วง] มีพระดำริปรากฏในลายพระหัตถ์ ลงวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๐ ว่าเป็นการเข้าใจผิด พระมหากษัตริย์ทรงกั้นได้ตั้งแต่ฉัตรชั้นเดียวจนถึง ๙ ชั้น ดังจะเห็นได้จากพระกลดเป็นฉัตรชั้นเดียว ชุมสายเป็นฉัตร ๓ ชั้น เครื่องพระอภิรุมเป็นฉัตร ๕ ชั้น ฉัตรพระคชาธารเป็นฉัตร ๗ ชั้น ฉัตรพระแท่นเศวตฉัตรเป็นฉัตร ๙ ชั้น ส่วนพระมหาอุปราชที่กำหนดพระยศใช้ฉัตร ๗ ชั้น แปลว่าจะใช้ได้ไม่เกิน ๗ ชั้น เจ้านายที่กำหนดว่าใช้ฉัตร ๕ ชั้น แปลว่าจะใช้ได้ไม่เกิน […]

“เครื่องนมัสการทองคำลงยาราชาวดี” สำรับในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ที่มา – พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ เครื่องนมัสการทองคำลงยาราชาวดี หรือเรียกอย่างย่อว่า “เครื่องนมัสการทองลงยาราชาวดี” ประกอบด้วยพานทองคำปากกลม ๑๐ พาน วางพุ่มดอกไม้ ๕ พาน พุ่มข้าวตอก ๕ พาน เชิงธูป ๕ เชิง เชิงเทียน ๕ เชิง หุ้มด้วยทองคำ พาน เชิงธูป และเชิงเทียนสลักลวดลายลงยาราชาวดีทั้งสิ้น เครื่องนมัสการทองคำลงยาราชาวดีสำรับนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้สร้างขึ้น ทรงใช้สักการบูชาพระพุทธรูปสำคัญในงานพระราชพิธีและการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย[อำ-มะ-ริน-วิ-นิด-ไฉ] บ้าง พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทบ้างในบางโอกาส ในรัชกาลต่อมา ทรงใช้เครื่องนมัสการทองคำลงยาราชาวดีในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระราชพิธีสงกรานต์ พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงสักการะพระบรมศพ พระบรมอัฐิ คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ที่นี่

“พระแท่นมณฑล” สำคัญอย่างไรในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ที่มา – พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ พระแท่นมณฑลตั้งอยู่ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก [บอ-รม-มะ-รา-ชา-พิ-เสก] พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สิ่งของที่ตั้ง ณ พระแท่นมณฑลมีถึง ๘๕ องค์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงจำแนกไว้ในหมวดต่าง ๆ เช่น พระบรมสารีริกธาตุอยู่ในหมวดพระเจ้า พระสุพรรณบัฏ และพระราชลัญจกรอยู่ในหมวดพระราชสิริ ครอบพระกริ่งและพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ อยู่ในหมวดเครื่องพระมุรธาภิเษก พระมหามงกุฎและพระแสงขรรค์ชัยศรี [พฺระ-แสง-ขัน-ไช-สี] อยู่ในหมวดเครื่องต้น พระมาลาเบี่ยงและฉลองพระองค์เกราะเหล็กอยู่ในหมวดเครื่องพระพิชัยสงคราม พระแสงดาบเชลยและพระแสงดาบคาบค่ายอยู่ในหมวดพระแสง พระเสมาธิปัตย์ พระฉัตรชัย และพระเกาวพ่าห์อยู่ในหมวดเครื่องสูง พานพระขันหมากและพระสุพรรณศรีบัวแฉกอยู่ในหมวดเครื่องราชูปโภค ในรัชกาลต่อ ๆ มา สิ่งที่ตั้งบนพระแท่นมณฑลได้เพิ่มและลดลงบ้าง เช่น ในรัชกาลที่ ๙ ตั้งพระแสงเพิ่มจากพระแสงที่ตั้งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งรัชกาลที่ ๕ ถึง ๑๒ องค์ คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ที่นี่

“หญ้าคา” หญ้าศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ที่มา – พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ หญ้าคานั้นชาวฮินดูถือว่าเป็นหญ้าศักดิ์สิทธิ์ ทำสถานที่ให้บริสุทธิ์ได้ ดังภาคผนวกนิยายเบงคลี [เบ็ง-คะ-ลี] ของเสฐียรโกเศศมีข้อความตอนหนึ่งว่า “ก่อนจะทำพิธี สถานที่ทำการต้องทำให้บริสุทธิ์ หน้าที่นี้มักตกเป็นภาระของพวกผู้หญิง ของใช้มีมูลโคและหญ้าคาเป็นสิ่งสำคัญ” หญ้าคาเข้ามาเกี่ยวข้องกับพิธีต่าง ๆ ของไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมีการวางหญ้าคาบนพระภัทรบิฐ [พฺระ-พัด-ทฺระ-บิด] และใช้หญ้าคาถักรวมกับด้ายสายสิญจน์วงรอบพระบรมมหาราชวัง ดังตำราราชาภิเษกครั้งกรุงศรีอยุธยามีว่า “แล้วจึงเสด็จขึ้นบนพระภัทรบิฐ [พฺระ-พัด-ทฺระ-บิด] มีผ้าขาวปูแล้วโรยแป้งวางหญ้าคา แล้วปูแผ่นทองที่เขียนรูปราชสีห์ด้วยชาดหอรคุณ [หอ-ระ-คุน] ปกบนผ้าขาว” และตำราราชาภิเษกในกรุงรัตนโกสินทร์มีว่า “เกี่ยวหญ้าคาถักเป็นสายสิญจน์กับด้ายสายสิญจน์ประสมกัน วงสายสิญจน์โยงทั่วไปทุกแห่งรอบพระบรมมหาราชวัง” คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ที่นี่

“พระที่นั่งภัทรบิฐ” ที่ประทับหลังทรงรับน้ำอภิเษก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ที่มา – พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ พระที่นั่งภัทรบิฐ มีลักษณะคล้ายเก้าอี้ มีกงสำหรับเท้าแขน ด้านหลังมีพนักพิง พื้นพระที่นั่งบุด้วยแผ่นทองแดงกะไหล่ทองเป็นเส้นลายกระหนก ตรงกลางเป็นรูปราชสีห์ ที่ขอบและส่วนขาเป็นลายถมทอง มีฐานเขียงไม้สลักลายปิดทองประดับกระจกรองรับ สองข้างพระที่นั่งมีโต๊ะเคียงสลักลายปิดทองประดับกระจก ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ จนถึงรัชกาลที่ ๘ พระที่นั่งภัทรบิฐกางกั้นด้วยพระบวรเศวตฉัตร [พฺระ-บอ-วอน-สะ-เหฺวด-ตะ-ฉัด] ซึ่งเป็นฉัตร ๗ ชั้น ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เปลี่ยนเป็นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร [พฺระ-นบ-พะ-ปะ-ดน-มะ-หา-สะ-เหฺวด-ตะ-ฉัด] ซึ่งเป็นฉัตร ๙ ชั้น ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อพระมหากษัตริย์ประทับที่พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ [อัด-ถะ-ทิด-อุ-ทุม-พอน-ราด-ชะ-อาด] ทรงรับน้ำอภิเษกจากพราหมณ์และราชบัณฑิต ทรงรับพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ พระที่นั่งภัทรบิฐ ซึ่งประดิษฐานในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ตรงข้ามกับพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ พราหมณ์ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระสุพรรณบัฏพระปรมาภิไธย [พฺระ-สุ-พัน-นะ-บัด-พฺระ-ปอ-ระ-มา-พิ-ไท] เครื่องราชกกุธภัณฑ์ [เคฺรื่อง-ราด-ชะ-กะ-กุด-ทะ-พัน] เครื่องราชูปโภค และพระแสง คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ที่นี่

“อุทุมพร” ไม้มะเดื่อที่ถูกทำเป็นเครื่องใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ที่มา – พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ คำว่า อุทุมพร มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต อุทุมพร [อุ-ทุม-พะ-ระ] ซึ่งแปลว่าไม้มะเดื่อ ตำนานทางฝ่ายฮินดูกล่าวว่า ไม้มะเดื่อเป็นที่ประทับของเทพตรีมูรติ ซึ่งหมายถึง พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ ไทยเราใช้ไม้มะเดื่อทำแท่นที่ประทับในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก [บอ-รม-มะ-รา-ชา-พิ-เสก] มาตั้งแต่สมัยอยุธยา ดังคำให้การชาวกรุงเก่ามีว่า “…พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาจึงโปรดให้เอาไม้มะเดื่อนั้นมาทำตั่งสำหรับประทับสรงพระกระยาสนานในการมงคล เช่น พระราชพิธีราชาภิเษก เป็นต้น” นอกจากนั้น ในคำอธิบายเรื่องพระศุนหเศป [พฺระ-สุน-หะ-เสบ] พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ว่า “ผลอุทุมพรถือว่าเป็นผลไม้สำคัญ เพราะตัวต้นไม้เป็นที่นับถือ เป็นของสำหรับกันกับกษัตริย์ นอกจากตั่งภัทรบิฐ [พัด-ทฺระ-บิด] ยังมีของอื่น ๆ ที่ทำด้วยไม้อุทุมพรเป็นเครื่องใช้ในงานราชาภิเษก คือ กระบวยที่ใช้ตักน้ำมันเจิมถวาย ก็ทำด้วยไม้อุทุมพร และในโบราณกาล หม้อน้ำที่พวกกษัตริย์ใช้ถวายน้ำก็ทำด้วยไม้อุทุมพร” คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ที่นี่

สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดจองเสื้อโปโลสีเหลืองประดับตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 27 มีนาคมนี้

รัฐบาลขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน แต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองระหว่างเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม ๒๕๖๒ เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี โดยพร้อมเพรียงกัน เมื่อวันนี้ (13 มีนาคม 2562) เวลา 16.30 น. นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จัดทำเสื้อสีเหลืองประดับตราสัญลักษณ์ฯ เป็นต้นแบบ เพื่อรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนได้สวมใส่เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี ในช่วงพระราชพิธีอันเป็นมหามงคลยิ่ง ระหว่างเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม ๒๕๖๒ นั้น บัดนี้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้จัดทำเสื้อโปโลสีเหลืองประดับตราสัญลักษณ์ฯ ซึ่งเป็นเสื้อต้นแบบของรัฐบาล เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดจำหน่ายให้แก่ประชาชนตั้งแต่วันพุธที่ 27 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 09.00 – 14.00 น. ณ เรือนพอเพียง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยจำหน่ายในราคาตัวละ 290 บาท รวมทั้งเปิดให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนสั่งจองเสื้อโปโลสีเหลืองประดับตราสัญลักษณ์ฯ ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสั่งจองเสื้อโปโลสีเหลืองประดับตราสัญลักษณ์ฯ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี […]

“กองแก้วจินดา” หน่วยทหารโบราณในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ที่มา – พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ กองแก้วจินดา เป็นหน่วยทหารโบราณ อยู่ในสังกัดทหารปืนใหญ่ มีหน้าที่ยิงปืนใหญ่ขนาดเล็กตามพระฤกษ์ที่โหรหลวงคำนวณ ขณะที่เจ้าพนักงานไขสหัสธารา [สะ-หัด-สะ-ทา-รา] ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสรงพระมุรธาภิเษก ณ มณฑปพระกระยาสนาน กองแก้วจินดายิงปืนตามกำลังวันที่ประกอบพระราชพิธี เช่น วันศุกร์ยิง ๒๑ นัด พร้อมกับพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานประโคมสังข์แตร มโหระทึก และดุริยางค์ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี อีกตอนหนึ่งคือเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับพระที่นั่งภัทรบิฐ [พัด-ทฺระ-บิด] หัวหน้าพราหมณ์ถวายพระสุพรรณบัฏพระปรมาภิไธย [พฺระ-สุ-พัน-นะ-บัด-พฺระ-ปอ-ระ-มา-พิ-ไท] กองแก้วจินดายิงปืนตามกำลังวันพร้อมกับพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา [ไช-ยะ-มง-คน-คา-ถา ]ชาวพนักงานประโคมสังข์ บัณเฑาะว์ [บัน-เดาะ] ฆ้องชัย แตร มโหระทึก และดุริยางค์ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ ๑๐๑ นัด [หฺนึ่ง-ร้อย-เอ็ด-นัด] ปืนที่กองแก้วจินดายิงมี ๔ กระบอก มีชื่อว่า มหาฤกษ์ มหาชัย มหาจักร มหาปราบยุค [มะ-หา-ปฺราบ-ยุก] คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับ […]

“ใบมะตูม” ใบไม้ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และมาอยู่ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ที่มา – พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ ใบมะตูม มีลักษณะเป็น ๓ แฉก เป็นใบไม้ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู บางตำราถือว่าคล้ายพระแสงตรีซึ่งเป็นอาวุธของพระนารายณ์ ตำนานเทวปางของพราหมณ์กล่าวว่า พรหมองค์หนึ่งจุติมาเป็นช้างชื่อ เอกทันต์ [เอก-กะ-ทัน] มีอิทธิฤทธิ์และกำลังมหาศาล ไม่เชื่อฟังโองการใด ๆ ของพระนารายณ์ พระองค์จึงทรงนำเถาไม้ต่าง ๆ ๗ ชนิด มาร่ายมนตร์แล้วฟาดลงที่รอยเท้าช้างเอกทันต์ ทำให้ช้างเอกทันต์ปวดหัวแทบจะแตก วิ่งเข้าต่อสู้กับพระองค์แต่สู้ไม่ได้ พระนารายณ์ทรงซัดเชือกบาศผูกมัดเท้าขวาของช้างเอกทันต์ ทรงนำพระแสงตรีอาวุธประจำพระองค์ปักลงพื้นดินแล้วอธิษฐานให้เป็นต้นมะตูม จากนั้นเอาปลายเชือกบาศผูกกับต้นมะตูม ช้างเอกทันต์จึงพ่ายแพ้ พราหมณ์ถือว่าใบมะตูมเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและเป็นมงคล นำถวายพระมหากษัตริย์สำหรับทรงใช้ในการพระราชทานน้ำสังข์ และพราหมณ์ใช้เมื่อถวายน้ำพระมหาสังข์แด่พระมหากษัตริย์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก [บอ-รม-มะ-รา-ชา-พิ-เสก] และพระราชพิธีอื่น ๆ อนึ่ง ใบมะตูมนี้บางตำราถือว่าเป็นใบไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพระอิศวร และบางตำราถือว่าลักษณะสามแฉกนั้นแทน พระพรหม พระอิศวร พระนารายณ์ คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ที่นี่

โปรดเกล้าฯ แบบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ ได้เผยแพร่แบบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาปรุงแบบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ด้วยพระองค์เอง และพระราชทานแบบตราสัญลักษณ์พร้อมความหมายเพื่อใช้ในการเผยแพร่งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในการนี้รัฐบาลขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ตั้งโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเครื่องสักการะ และขอเชิญชวนประดับตราสัญลักษณ์ตามอาคารสถานที่ และบ้านเรือนเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพรียงกัน สำหรับหลักเกณฑ์การเชิญตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ไปประดิษฐานหรือประดับในสิ่งของต่างๆ มีดังนี้ 1. ใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ โดยใช้ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ได้แก่ สิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องงานพระราชพิธีฯ ประดับบนผืนธง ประดับบนซุ้มเฉลิมพระเกียรติ ประดับบนป้ายเฉลิมพระเกียรติ ประดับบนโต๊ะหมู่บูชา ประดับตามอาคารสถานที่ บ้านเรือน และสถานที่ราชการ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและแสดงความจงรักภักดีในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งในครั้งนี้ โดยประดับในห้วงเวลาตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 จนถึงวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 2. […]

ฉลองพระองค์ครุยของพระมหากษัตริย์ ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ที่มา – พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ ฉลองพระองค์ครุยของพระมหากษัตริย์มีมาแต่สมัยอยุธยา ทรงใช้สวมทับเป็นฉลองพระองค์ชั้นนอก ใช้เส้นทอง เส้นเงิน ที่เรียกว่า ทองแล่ง เงินแล่ง ปักเป็นลวดลายบนผ้าโปร่ง ลวดลายที่ปักจะเป็นอย่างใดนั้นไม่ได้มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ฉลองพระองค์ครุยของพระมหากษัตริย์แต่ละรัชกาลไม่มีชื่อเรียกเฉพาะ พบแต่เรียกตามวัสดุที่ใช้ทำเป็นฉลองพระองค์ครุยและวัสดุที่ใช้ปัก เช่น สมัยรัตนโกสินทร์เรียกฉลองพระองค์ครุยของรัชกาลที่ ๑ ว่า ฉลองพระองค์ครุยปักทองแล่ง ของรัชกาลที่ ๒ เรียกว่า ฉลองพระองค์ครุยพื้นแดงกรองทอง ของรัชกาลที่ ๓ เรียกว่า ฉลองพระองค์ครุยปักทองแล่ง ของรัชกาลที่ ๖ เรียกว่า ฉลองพระองค์ครุยกรองทองริ้วปัตหล่า [ปัด-ตะ-หฺล่า] ส่วนฉลองพระองค์ครุยของรัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕ เรียกเพียงฉลองพระองค์ครุยเท่านั้น ในแต่ละรัชกาลทรงใช้ฉลองพระองค์ครุยหลายองค์ มิได้ทรงใช้ฉลองพระองค์ครุยเพียงองค์เดียว คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ที่นี่

ความสำคัญ และ ความเป็นมา ของ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ที่มา : phralan.in.th พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นโบราณราชประเพณีที่ต้องทำเพื่อความเป็นพระมหากษัตริย์อย่างสมบูรณ์ ดังความใน “จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” ว่า “…ตามราชประเพณีในสยามประเทศนี้ ถือเปนตำราแต่โบราณว่า พระมหากระษัตริย์ซึ่งเสด็จผ่านพิภพ ต้องทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก่อน จึงจะเปนพระราชาธิบดีโดยสมบูรณ์ ถ้ายังมิได้ทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอยู่ตราบใด ถึงจะได้ทรงรับรัชทายาทเมื่อเสด็จเข้าไปประทับอยู่ในพระราชวังหลวง ก็เสด็จอยู่เพียงณที่พักแห่งหนึ่ง พระนามที่ขานก็คงใช้พระนามเดิม เปนแต่เพิ่มคำว่า “ซึ่งทรงสำเร็จราชการแผ่นดิน” เข้าข้างท้ายพระนาม แลคำรับสั่งก็ยังไม่ใช้พระราชโองการ จนกว่าจะได้สรงมุรธาภิเษก ทรงรับพระสุพรรณบัฏจารึกพระบรมราชนามาภิธัย กับทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์จากพระมหาราชครูพราหมณ์ผู้ทำพิธีราชาภิเษกแล้ว จึงเสด็จขึ้นเฉลิมพระราชมณเฑียร ครอบครองสิริราชสมบัติสมบูรณ์ด้วยพระเกียรติยศแห่งพระราชามหากระษัตริย์แต่นั้นไป…” พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นราชประเพณีคู่สังคมไทยมายาวนานโดยได้รับอิทธิพลจากคติอินเดีย แต่ลักษณะการพระราชพิธีแต่เดิมมีแบบแผนรายละเอียดเป็นอย่างไรไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แม้แต่การเรียกชื่อพิธีก็แตกต่างกันออกไปในแต่ละสมัย เช่น สมัยอยุธยา สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเรียกว่า “พระราชพิธีราชาภิเษก” หรือ “พิธีราชาภิเษก” ส่วนในปัจจุบันเรียกว่า “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” สมัยสุโขทัยปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกหลักที่ ๒ หรือจารึกวัดศรีชุม ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ กล่าวถึงการขึ้นเป็นผู้นำของพ่อขุนบางกลางหาว ไว้ว่า “…พ่อขุนผาเมืองจึงอภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวให้เมืองสุโขทัย ให้ทั้งชื่อตนแก่พระสหายเรียกชื่อศรีอินทรบดินทราทิตย์…” ส่วนในศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงภาษาไทย และภาษาเขมรกล่าวถึงเครื่องราชกกุธภัณฑ์ในพิธีบรมราชาภิเษกพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) ว่ามี […]

“พระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ” เปลือกหอยสังข์ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ที่มา – พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ พระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ เป็นเปลือกหอยสังข์นำมาขัดตกแต่ง มีสีขาวนวล และมีลักษณะพิเศษที่ปากเปิดออกทางขวา อย่างที่เรียกว่า “ทักษิณาวัฏ” [ทัก-สิ-นา-วัด] ซึ่งต่างไปจากหอยสังข์ส่วนมากที่ปากเปิดออกทางซ้าย เรียกว่า “อุตราวัฏ” [อุด-ตะ-รา-วัด] พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชพระราชทานนามพระมหาสังข์องค์นี้ว่า “พระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ” ทรงใช้ครั้งแรกในงานพระราชพิธีปราบดาภิเษก เมื่อพุทธศักราช ๒๓๒๕ พระมหาสังข์องค์นี้ เลี่ยมขอบปากด้วยทองคำอย่างกาบกล้วยไปจดปลายปาก ซึ่งหุ้มด้วยทองคำเป็นปลอกรัดสลักลายหน้ากระดานประกอบกระจัง ในร่องปลายปากสังข์แกะลายเส้นเบาเป็นรูป “อุณาโลม” ส่วนท้ายสังข์ตกแต่งด้วยปริกทองคำฝังอัญมณีอย่างหัวพระธำมรงค์นพเก้า ที่บนหลังสังข์ติดช่อดอกไม้อย่างเทศทำด้วยทองคำประดับเพชรช่อใหญ่ และช่อเล็กเรียงกันลงไปทางปลายปากสังข์และท้องสังข์ ใต้ปากสังข์ลงมาติดช่อดอกไม้อย่างเทศทำด้วยทองคำประดับเพชรขนานไปกับปากพระมหาสังข์ คำเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก"พระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ (๑)"พระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ เป็นเปลือกหอยสังข์นำมาขัดตกแต่ง… โพสต์โดย พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2019

“พระเต้าเบญจคัพภ์” เครื่องราชูปโภคในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระเต้าเบญจคัพภ์ เป็นเครื่องราชูปโภคสำหรับบรรจุน้ำพระพุทธมนต์และน้ำเทพมนตร์ [เทบ-พะ-มน] ถวายพระมหากษัตริย์สรงพระมุรธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และใช้บรรจุน้ำพระพุทธมนต์ถวายพระมหากษัตริย์ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาในแต่ละปี พระเต้าเบญจคัพภ์มีหลายองค์ ทำด้วยศิลาสีต่าง ๆ พระเต้าเบญจคัพภ์องค์หนึ่งคือ พระเต้าเบญจคัพภ์รัชกาลที่ ๔ ภายในแบ่งเป็น ๕ ห้อง ตรงกลางทำเป็นดอกไม้ ๕ กลีบทำด้วยทองคำ แต่ละกลีบประดับด้วยอัญมณีสีแดง เหลือง ขาว ดำ และเขียว อย่างที่เรียกว่า “เบญจรงค์” ใต้ดอกไม้มีก้านทองคำ ๕ ก้าน แต่ละก้านจารึกพระนามพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ คือ พระกกุสันโธ [พระ-กะ-กุ-สัน-โท] พระโกนาคม พระกัสสปะ พระโคดม และพระศรีอาริยเมตตรัย [พฺระ-สี-อา-ริ-ยะ-เมด-ไตฺร] เสียบลงในพระเต้าแต่ละห้อง พระเต้าเบญจคัพภ์ ๒ องค์ ได้แก่ พระเต้าเบญจคัพภ์รัชกาลที่ ๑ และพระเต้าเบญจคัพภ์โมราแดงรัชกาลที่ ๕ ภายในไม่แบ่งเป็นห้อง ๆ แต่มีแผ่นทองคำรูปกลม ๕ แผ่น จารึกพระนามพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ […]

ใบไม้ที่ใช้ในการสรงมุรธาภิเษก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ พุทธศักราช ๒๔๙๓ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปยังมณฑปพระกระยาสนาน ประทับเหนืออุทุมพรราชอาสน์ [อุ-ทุม-พอน-ราด-ชะ-อาด] คือที่นั่งทำด้วยไม้มะเดื่อ ใต้ที่ประทับรองด้วยใบแก้วที่ตำราโหราศาสตร์กล่าวว่า อักษร ก เป็นอายุ คือความมั่นคงสำหรับผู้เกิดวันจันทร์ ทรงเหยียบใบอ้อที่รองอยู่ใต้พื้นมณฑปพระยาสนาน ใบอ้อเป็นหญ้าชนิดหนึ่ง ลำต้นแข็งเป็นปล้อง ข้างในกลวง ตามตำรากล่าวว่า อักษร อ เป็นกาลกิณี คือสิ่งชั่วร้ายสำหรับผู้เกิดวันจันทร์ ต่อมาเจ้าพนักงานไขสหัสธารา [สะ-หัด-สะ-ทา-รา] ถวายสรง สมเด็จพระสังฆราช พระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ โหรหลวงและหัวหน้าพราหมณ์ ถวายน้ำพระพุทธมนต์ และน้ำเทพมนตร์ [เทบ-พะ-มน] ตามลำดับแล้ว หัวหน้าพราหมณ์ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายใบมะตูมทรงทัด ซึ่งมีลักษณะเหมือนตรี เทพศาสตราวุธ [เทบ-พะ-สาด-ตฺรา-วุด] ในศาสนาพราหมณ์ เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และความเป็นสิริมงคล แล้วทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายใบกระถินเพื่อทรงถือ คำเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก"ใบไม้ที่ใช้ในการสรงมุรธาภิเษก"… โพสต์โดย พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ เมื่อ วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม 2019

หนังสือแนะนำเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ ได้เผยแพร่ข้อความเชิญชวนประชาชนดาวน์โหลดหนังสือที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งจัดทำโดย กระทรวงวัฒนธรรม มีทั้งสิ้น 4 ปก มีความหนาจำนวน 192 หน้า ซึ่งประชาชนที่สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสือแนะนำเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ในลิ้งก์ด้านหลังนี้ : ดาวน์โหลดหนังสือแนะนำเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว!!!<E-book> หนังสือแนะนำเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก Open to download E-book of The Royal Coronation Ceremonyhttps://phralan.in.th/coronation/downloaddetail.php?id=38 โพสต์โดย พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ เมื่อ วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2019

กสทช.ประชุมผู้ประกอบการฯ ย้ำระวังการเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

สำนักงาน กสทช. เชิญผู้ประกอบการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการออกอากาศในช่วงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้ร่วมกับโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและกรมประชาสัมพันธ์ จัดการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการออกอากาศในช่วงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ให้กับผู้ให้บริการกิจการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย เพื่อกำหนดแนวทางการออกอากาศให้เป็นไปอย่างถูกต้อง และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมการดำเนินการให้เกิดความเรียบร้อยเหมาะสม เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ขอความร่วมมือผู้ให้บริการกิจการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย ระมัดระวังการเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมต่องานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ซึ่งอยู่ในช่วงตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.-31 ก.ค. 2562 และหากพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมให้ผู้ให้บริการระงับยับยั้งเนื้อหาในทันที รวมถึงกรณีที่ได้รับแจ้งขอความร่วมมือจากสำนักงาน กสทช. ด้วย โดยในช่วงเวลาดังกล่าวขอความร่วมมือผู้ให้บริการกิจการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียขึ้นข้อความหรือคำถวายพระพร และแสดงความจงรักภักดี เพื่อให้พิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ สำหรับการออกอากาศในช่วงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก […]

keyboard_arrow_up